กระต่าย
Oryctolagus cuniculus
อ่อนโยน เข้าสังคมเก่ง และขี้เล่นเกินคาด — เพื่อนที่มีสายพันธุ์และลักษณะขนหลากหลายอย่างน่าทึ่ง
View กระต่าย breedsScientific classification
The กระต่าย's place in the tree of life, from domain down to species.
- โดเมนEukaryotaยูแคริโอต
- อาณาจักรAnimaliaสัตว์
- ไฟลัมChordataสัตว์มีแกนสันหลัง
- ชั้นMammaliaสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนม
- อันดับLagomorphaสัตว์อันดับกระต่าย
- วงศ์Leporidaeกระต่ายและกระต่ายป่า
- สกุลOryctolagusกระต่ายยุโรป
- ชนิดOryctolagus cuniculusกระต่าย
กระต่าย colors, patterns and markings
Every color, pattern and marking the taxonomy records for กระต่าย, by part of the body. Each breed page shows which clubs accept which ones.
ขน
Color of the fur or hair.
Colors
กระต่าย (Oryctolagus cuniculus)
กระต่ายบ้านเป็นสัตว์เลี้ยงขนาดเล็กที่สะอาด เงียบเชียบ และเคลื่อนไหวมากในช่วงรุ่งเช้าและโพล้เพล้ ในประเทศไทย กระต่ายได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยพันธุ์ Holland Lop เป็นที่ต้องการมากที่สุดในตลาดสัตว์เลี้ยง
กระต่ายบ้าน (Oryctolagus cuniculus) อยู่ในวงศ์ Leporidae และกำลังได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่องในประเทศไทย โดยเฉพาะในกรุงเทพมหานคร เชียงใหม่ ขอนแก่น และหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ ตลาดนัดจตุจักรในกรุงเทพฯ มีร้านจำหน่ายกระต่ายหลายสิบร้าน ซึ่งพันธุ์ Holland Lop และ Rex ถือเป็นพันธุ์ที่ขายดีที่สุดในช่วงหลายปีที่ผ่านมา
กระต่ายเป็นสัตว์คเรปัสคิวลาร์ (crepuscular) หมายถึงมีพลังงานสูงสุดในช่วงรุ่งเช้าและโพล้เพล้ ในช่วงกลางวันที่ร้อนจัด กระต่ายมักนอนพักในมุมที่เย็นสบาย กระต่ายเป็นสัตว์สังคมที่ต้องการการปฏิสัมพันธ์กับผู้เลี้ยงและเพื่อนกระต่ายด้วยกันทุกวัน
สมาคมผู้เลี้ยงกระต่ายในประเทศไทยมีความเคลื่อนไหวอย่างต่อเนื่อง โดยจัดการประกวดและงานแสดงพันธุ์กระต่ายในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด กิจกรรมเหล่านี้ช่วยส่งเสริมความรู้ด้านการดูแลกระต่ายที่ถูกต้องให้แพร่หลายมากขึ้นในสังคมไทย
สายพันธุ์กระต่าย
ปัจจุบันมีกระต่ายที่ได้รับการรับรองราว 39 สายพันธุ์ทั่วโลก จำแนกตามขนาด ลักษณะขน และรูปแบบหู ในไทย Holland Lop ได้รับความนิยมสูงสุด รองลงมาคือ Rex ที่ขึ้นชื่อเรื่องขนนุ่มคล้ายกำมะหยี่
สายพันธุ์กระต่ายแบ่งได้ตาม ขนาด (เล็ก/กลาง/ใหญ่/ยักษ์), ลักษณะขน (สั้น/กลาง/ยาว-ฟู) และ รูปแบบหู (ตั้งตรงหรือห้อยลง) ในตลาดสัตว์เลี้ยงไทย Holland Lop ครองความนิยมอย่างต่อเนื่องด้วยขนาดที่พกพาได้และใบหน้าที่ดูน่ารัก ส่วน Rex ได้รับความสนใจจากผู้เลี้ยงที่มองหาสายพันธุ์ที่มีบุคลิกเฉพาะตัวและขนสัมผัสพิเศษ
| สายพันธุ์ | ถิ่นกำเนิด | ขนาด | จุดเด่น |
|---|---|---|---|
| Holland Lop | เนเธอร์แลนด์ | เล็ก 1-2 กก. | หูห้อย ใบหน้ากลมน่ารัก ยอดนิยมที่สุดในไทย |
| Rex | ฝรั่งเศส | กลาง 3-4 กก. | ขนสั้นนุ่มคล้ายกำมะหยี่ สัมผัสพิเศษ |
| อังกอร่า (Angora) | ตุรกี | กลาง-ใหญ่ 3-5 กก. | ขนยาวฟู ต้องแปรงสม่ำเสมอ |
| New Zealand | สหรัฐอเมริกา | ใหญ่ 4-5 กก. | แข็งแกร่ง ขนขาวหรือแดง |
| Flemish Giant | เบลเยียม | ยักษ์ 6-10 กก. | หนึ่งในสายพันธุ์ใหญ่ที่สุด อารมณ์ดีมาก |
| Lionhead | เบลเยียม/อังกฤษ | เล็ก 1.3-1.7 กก. | แผงขนรอบหัวคล้ายแผงคอสิงโต |
| Dutch | เนเธอร์แลนด์ | เล็ก-กลาง 1.5-2.5 กก. | ลายสีสองโทนที่เป็นเอกลักษณ์ |
| Mini Lop | เยอรมนี | เล็ก-กลาง 2-3 กก. | ใหญ่กว่า Holland Lop เล็กน้อย หูห้อย |
| Checkered Giant | เยอรมนี | ใหญ่ 4.5-6 กก. | ลายจุดดำขนาดใหญ่บนพื้นขาว |
ประวัติความเป็นมาของกระต่ายบ้าน
กระต่ายบ้านสืบเชื้อสายมาจากกระต่ายป่าในยุโรปที่มีถิ่นกำเนิดบนคาบสมุทรไอบีเรีย กระบวนการทำให้เชื่องดำเนินมาหลายศตวรรษก่อนที่กระต่ายจะแพร่กระจายไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทย
กระต่ายบ้านสืบเชื้อสายมาจากกระต่ายป่าในยุโรป (Oryctolagus cuniculus) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดบนคาบสมุทรไอบีเรีย ชาวโรมันโบราณเลี้ยงกระต่ายในคอกหินที่เรียกว่า leporarium เพื่อใช้เป็นแหล่งอาหาร
ในช่วงยุคกลาง วัดวาอารามในยุโรปนำกระต่ายมาเลี้ยงเป็นแหล่งโปรตีนในช่วงเทศกาลถือศีลอด การผสมพันธุ์อย่างเป็นระบบเริ่มขึ้นในศตวรรษที่ 19 พร้อมกับการจัดประกวดสายพันธุ์ครั้งแรกในยุโรป
ในศตวรรษที่ 20 กระต่ายแพร่กระจายไปทั่วโลกทั้งในฐานะสัตว์ในฟาร์มและสัตว์เลี้ยงในบ้าน ในประเทศไทย กระต่ายเลี้ยงในชนบทเพื่อบริโภคมีมานานแล้ว แต่การเลี้ยงเพื่อเป็นเพื่อนเพิ่งได้รับความนิยมอย่างกว้างขวางในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา โดยมีชมรมและสมาคมผู้เลี้ยงกระต่ายก่อตั้งขึ้นทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด
ลักษณะภายนอกของกระต่าย
กระต่ายมีลำตัวกลมกะทัดรัด หูใหญ่ ตากว้างอยู่สองข้างของหัว และขาหลังที่ยาวแข็งแรง ฟันกระต่ายงอกตลอดชีวิต ทำให้หญ้าแห้งเป็นสิ่งจำเป็นที่ขาดไม่ได้
กระต่ายมีลำตัวกลมกะทัดรัด หูใหญ่ ตากว้างอยู่ทางด้านข้างของหัว ขาหน้าสั้น และขาหลังยาวแข็งแรง การที่ตาอยู่สองข้างของหัวทำให้กระต่ายมีระยะมองเห็นเกือบ 360 องศา ซึ่งเป็นการปรับตัวตามธรรมชาติในฐานะสัตว์ที่มีนักล่าคอยไล่ตาม
ฟันกระต่ายงอกตลอดชีวิต จึงต้องการหญ้าแห้งเพื่อช่วยสึกฟันตามธรรมชาติ หางสั้น บางครั้งยืนตรงและมองเห็นได้ชัดเมื่อกระต่ายวิ่ง
ลักษณะขนแบ่งเป็นสั้น ปานกลาง และยาวฟู ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ สีสันและลวดลายบนขนมีความหลากหลายมาก ตั้งแต่ขาวล้วน ดำ เทา น้ำตาล ไปจนถึงลายด่างและลายจุด ขนาดตัวผันแปรจากกระต่ายแคระที่ประมาณ 1 กิโลกรัม ไปจนถึงสายพันธุ์ยักษ์อย่าง Flemish Giant ที่อาจหนักกว่า 7 กิโลกรัม
พฤติกรรมและนิสัยของกระต่าย
กระต่ายเป็นสัตว์เหยื่อที่โดยธรรมชาติมีความระแวดระวังสูง แต่ก็เป็นสัตว์สังคมที่สามารถสร้างความสัมพันธ์อันแน่นแฟ้นกับผู้เลี้ยงและกระต่ายตัวอื่น
กระต่ายเป็นสัตว์เหยื่อ (prey animal) ที่โดยธรรมชาติมีความระแวดระวังสูง ทำให้กระต่ายดูขี้กลัวหรือเครียดง่ายเมื่อแรกเลี้ยง การสร้างความไว้วางใจต้องอาศัยความอดทนและความสม่ำเสมอ
กระต่ายเป็นสัตว์สังคม ความสุขของกระต่ายเพิ่มขึ้นอย่างมากเมื่อมีเพื่อนคู่ที่ bonded ด้วย คู่ที่สนิทกันจะดูแลขนซึ่งกันและกันและนอนติดกัน พฤติกรรมสำคัญที่เจ้าของควรรู้:
- การขุดและเคี้ยว: สัญชาตญาณพื้นฐาน ต้องซ่อนสายไฟและของมีค่าให้ห่างจากกระต่าย
- การกระทืบเท้า (Thumping): สัญญาณเตือนภัยหรือความไม่สบายใจ
- Flop: นอนฟาดพื้นอย่างกะทันหัน แสดงถึงความสบายใจสูงสุด
- การถูคาง: ทำเครื่องหมายแสดงความเป็นเจ้าของโดยใช้ต่อมกลิ่นที่คาง
การอุ้มกระต่ายอย่างกะทันหันอาจทำให้กระต่ายตกใจรุนแรงเพราะสัญชาตญาณจะรู้สึกเหมือนถูกนักล่าจับ ควรฝึกความคุ้นเคยทีละน้อยด้วยความอดทน
การดูแลกระต่าย
การดูแลกระต่ายในประเทศไทยต้องใส่ใจเรื่องการจัดการอุณหภูมิเป็นพิเศษ เนื่องจากสภาพอากาศร้อนชื้นของเมืองไทยเป็นอันตรายต่อกระต่ายได้
การดูแลกระต่ายในประเทศไทยต้องใส่ใจเรื่องการจัดการอุณหภูมิเป็นพิเศษ อุณหภูมิในห้องที่ไม่มีเครื่องปรับอากาศอาจสูงถึง 32 ถึง 35 องศาเซลเซียสในฤดูร้อน ซึ่งเป็นอันตรายถึงชีวิตสำหรับกระต่าย
กิจวัตรประจำวันที่แนะนำ:
- หญ้าแห้งไม่จำกัดตลอดวัน (Timothy hay หรือหญ้าออร์ชาร์ด)
- น้ำสะอาดทุกวัน เปลี่ยนแม้น้ำจะยังดูสะอาด
- ผักใบเขียวสด: ผักกาดหอม ผักบุ้ง คะน้า (ให้น้อยเพราะออกซาเลตสูง)
- อาหารเม็ดคุณภาพดีในปริมาณน้อย (ประมาณ 25 กรัมต่อน้ำหนัก 1 กิโลกรัม)
- ออกกำลังกายนอกกรงอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวัน
- ทำความสะอาดกระบะทรายทุกวัน
การดูแลรูปลักษณ์: แปรงขนสม่ำเสมอโดยเฉพาะช่วงผลัดขน ตัดเล็บทุก 6 ถึง 8 สัปดาห์ ตรวจบริเวณก้นกระต่ายเป็นประจำเพื่อป้องกัน flystrike
โภชนาการและอาหารกระต่าย
หญ้าแห้งคือรากฐานของอาหารกระต่ายและต้องมีตลอดเวลา ผักใบเขียวสดและอาหารเม็ดคุณภาพดีเป็นส่วนเสริมที่สำคัญ
หญ้าแห้ง (hay) คือรากฐานของอาหารกระต่ายและต้องมีตลอดเวลา หญ้าช่วยขัดฟันที่งอกตลอดชีวิตและรักษาระบบย่อยอาหารให้ทำงานได้ดี
ผักที่หาได้ง่ายในตลาดไทยและปลอดภัยสำหรับกระต่าย:
- ผักกาดหอมโรเมน: เหมาะมากสำหรับกระต่าย
- ผักบุ้ง: ให้ได้ในปริมาณพอควร
- คะน้า: ให้น้อย เนื่องจากมีออกซาเลตสูง
- ผักชีฝรั่ง: กระต่ายส่วนใหญ่ชอบมาก
- ผักชี: ให้ได้ในปริมาณเล็กน้อย
อาหารเม็ดใช้เป็นอาหารเสริม ไม่ใช่อาหารหลัก การกิน cecotrope (มูลอ่อนสีเข้ม) เป็นพฤติกรรมปกติและจำเป็นต่อสุขภาพ อย่าพยายามป้องกันพฤติกรรมนี้
ตามช่วงอายุ:
- ลูกกระต่าย (ต่ำกว่า 6 เดือน): alfalfa hay และค่อย ๆ แนะนำผัก
- กระต่ายโต: หญ้าแห้ง + ผัก + อาหารเม็ดจำกัด
- กระต่ายสูงอายุ (มากกว่า 5 ปี): ปรับสัดส่วนตามสภาพร่างกาย
สุขภาพและโรคที่พบบ่อย
กระต่ายที่ได้รับการดูแลดีมีอายุขัย 8 ถึง 12 ปี แต่กระต่ายมักซ่อนอาการเจ็บป่วย จึงควรพาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสม่ำเสมอ
กระต่ายที่ได้รับการดูแลดีมีอายุขัย 8 ถึง 12 ปี กระต่ายมักซ่อนอาการเจ็บป่วยเพราะสัญชาตญาณบอกให้ไม่แสดงจุดอ่อน ควรพาไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสัตว์เลี้ยงพิเศษทุก 6 เดือน
ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยในประเทศไทย:
- โรคฟัน: เกิดจากการกินหญ้าน้อยเกินไป ฟันยาวผิดปกติและทำให้เจ็บปวดมาก
- GI stasis: ระบบย่อยอาหารหยุดทำงาน ฉุกเฉิน กระต่ายไม่กินและไม่ขับถ่าย ต้องรักษาภายในไม่กี่ชั่วโมง
- Flystrike: แมลงวันวางไข่บนขนที่สกปรกหรือเปียก ตัวอ่อนกัดกินเนื้อเยื่อ เสี่ยงสูงในช่วงหน้าร้อนและอากาศชื้นของไทย
- โรคระบบทางเดินหายใจ: น้ำมูกไหล จาม มักเกิดจากเชื้อ Pasteurella
- เล็บยาว: ต้องตัดทุก 6 ถึง 8 สัปดาห์
แนะนำให้ทำหมันกระต่ายเลี้ยงที่ไม่ได้ใช้ผสมพันธุ์ เพื่อป้องกันมะเร็งมดลูกในตัวเมียและลดพฤติกรรมก้าวร้าว
ที่อยู่อาศัยและกรงกระต่าย
กรงกระต่ายที่ดีควรใหญ่กว่าที่จำหน่ายตามร้านค้าทั่วไปมาก และในสภาพอากาศร้อนของไทย การระบายอากาศและการควบคุมอุณหภูมิเป็นปัจจัยสำคัญที่ขาดไม่ได้
กรงกระต่ายที่เหมาะสมควรใหญ่กว่าที่จำหน่ายทั่วไปในร้านสัตว์เลี้ยงมาก ขนาดขั้นต่ำที่แนะนำ: ความยาวกรงอย่างน้อยสี่เท่าของความยาวลำตัวกระต่ายเมื่อนอนยืด พร้อมพื้นที่ออกกำลังกายที่เชื่อมต่อกัน
สิ่งที่ต้องมีในกรง:
- พื้นกรงเป็นแบบทึบ ไม่ใช่ตะแกรงลวด เพื่อป้องกันอุ้งเท้าบาดเจ็บ
- กระบะทรายที่มีหญ้าแห้งในมุมที่กระต่ายชอบ
- ที่หลบซ่อนหรือกล่องพักผ่อน
- น้ำสะอาดทุกวัน
- ของเล่นสำหรับกัดแทะ: ไม้ธรรมชาติที่ปลอดภัยหรือของเล่นเฉพาะกระต่าย
- กั้นสายไฟและพืชมีพิษให้ห่างจากพื้นที่เล่น
พื้นที่ออกกำลังกาย: กระต่ายต้องออกกำลังกายนอกกรงอย่างน้อย 3 ชั่วโมงต่อวันในพื้นที่ที่ปลอดภัยสำหรับกระต่าย
การผสมพันธุ์กระต่าย
กระต่ายตัวเมียเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 3 ถึง 6 เดือน และรังไข่จะตกเพราะการผสมพันธุ์ แนะนำให้ทำหมันกระต่ายเลี้ยงทุกตัวที่ไม่ได้ใช้เพาะพันธุ์
กระต่ายตัวเมีย (doe) เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เมื่ออายุ 3 ถึง 6 เดือนขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ กระต่ายเป็นสัตว์ที่ตกไข่เมื่อถูกกระตุ้น (induced ovulator) คือรังไข่จะตกหลังจากการผสมพันธุ์ ไม่ใช่ตามรอบประจำเดือน
ข้อมูลการผสมพันธุ์:
- ระยะตั้งท้อง: 28 ถึง 31 วัน
- จำนวนลูกต่อครอก: 4 ถึง 12 ตัว
- ลูกกระต่ายเกิดมาตาบอด หูหนวก และไม่มีขน
- ตาเปิดประมาณวันที่ 10
- หย่านมเมื่ออายุ 4 ถึง 8 สัปดาห์
กระต่ายเลี้ยงที่ไม่ได้ใช้ผสมพันธุ์ควรได้รับการทำหมัน สัตวแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสัตว์เลี้ยงพิเศษในกรุงเทพฯ เชียงใหม่ และจังหวัดอื่น ๆ สามารถทำหัตถการนี้ได้
การเลือกกระต่ายที่เหมาะสม
การเลือกเลี้ยงกระต่ายหมายถึงการรับภาระผูกพันระยะยาว 8 ถึง 12 ปี พิจารณาค่าใช้จ่าย เวลา พื้นที่ และการเข้าถึงสัตวแพทย์ก่อนตัดสินใจ
การเลือกเลี้ยงกระต่ายหมายถึงการรับภาระผูกพันระยะยาว 8 ถึง 12 ปี กระต่ายต้องการการดูแลทุกวัน พื้นที่ออกกำลังกาย และค่าใช้จ่ายที่ต่อเนื่อง
ประมาณการค่าใช้จ่ายเริ่มต้นในประเทศไทย:
- กระต่ายพันธุ์ทั่วไป: 300 ถึง 800 บาท
- Holland Lop: 1,000 ถึง 3,500 บาทขึ้นไป
- กรงขนาดเหมาะสม: 800 ถึง 2,500 บาท
- อุปกรณ์ (ชาม ขวดน้ำ กระบะทราย ของเล่น): 500 ถึง 1,500 บาท
- ค่าใช้จ่ายรายเดือน (หญ้าแห้ง อาหารเม็ด ผักสด สัตวแพทย์): 500 ถึง 1,500 บาทขึ้นไป
แหล่งที่มาที่แนะนำ:
- ผู้เพาะพันธุ์ที่น่าเชื่อถือซึ่งสามารถให้ข้อมูลสุขภาพและประวัติพ่อแม่พันธุ์ได้
- รับอุปการะจากศูนย์พักพิงสัตว์หรือกลุ่ม rescue
ตลาดนัดจตุจักรมีร้านขายกระต่ายหลายร้าน แต่ควรตรวจสอบสุขภาพสัตว์อย่างละเอียดก่อนซื้อ และหลีกเลี่ยงการซื้อแบบบันดาลใจในช่วงเทศกาลที่มีผู้ซื้อพลุกพล่าน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับกระต่าย
คำตอบสำหรับคำถามที่ผู้ที่สนใจเลี้ยงกระต่ายในประเทศไทยถามบ่อยที่สุด
กระต่ายเหมาะสมเป็นสัตว์เลี้ยงหรือไม่?
กระต่ายเป็นสัตว์เลี้ยงที่ยอดเยี่ยมสำหรับคนที่มีเวลา พื้นที่ และความตั้งใจดูแลอย่างจริงจัง กระต่ายไม่ชอบถูกอุ้มแต่ชอบเล่นและมีปฏิสัมพันธ์บนพื้น เป็นสัตว์ที่เงียบเชียบ สะอาด และฝึกขับถ่ายในกระบะได้
กระต่ายมีอายุขัยเท่าไร?
กระต่ายบ้านที่ดูแลดีมีอายุขัย 8 ถึง 12 ปี พันธุ์เล็กมักอยู่ได้นานกว่าพันธุ์ใหญ่ ด้วยอาหารที่ถูกต้อง การทำหมัน และการดูแลจากสัตวแพทย์อย่างสม่ำเสมอ กระต่ายของคุณอาจเป็นเพื่อนได้นานกว่า 10 ปี
ค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงกระต่ายในไทยเท่าไร?
ราคากระต่าย: 300 ถึง 3,500 บาทขึ้นไปตามพันธุ์ กรงและอุปกรณ์: 1,300 ถึง 4,000 บาท ค่าใช้จ่ายรายเดือน: 500 ถึง 1,500 บาทสำหรับหญ้าแห้ง อาหารเม็ด ผักสด และค่าสัตวแพทย์ การเลี้ยงกระต่ายอย่างถูกต้องมีต้นทุนที่ไม่น้อยเลย
การดูแลกระต่ายยากแค่ไหน?
กระต่ายต้องการการดูแลระดับปานกลางถึงสูง ความท้าทายหลักในไทยคือต้องมีหญ้าแห้งตลอดเวลา จัดเวลาออกกำลังกายทุกวัน ควบคุมอุณหภูมิในอากาศร้อนชื้น และหาสัตวแพทย์ที่ชำนาญด้านกระต่ายโดยเฉพาะ
กระต่ายเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กหรือไม่?
กระต่ายเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กที่โตพอจะเรียนรู้วิธีปฏิบัติต่อสัตว์อย่างถูกต้อง เด็กอายุต่ำกว่า 6 ปีควรมีผู้ใหญ่ดูแลตลอดเวลา เพราะกระต่ายไม่ชอบการเคลื่อนไหวกะทันหันหรือเสียงดัง
กระต่ายเหมาะสำหรับผู้เลี้ยงมือใหม่หรือไม่?
เหมาะหากผู้เลี้ยงพร้อมเรียนรู้ความต้องการที่แท้จริงของกระต่าย ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยในไทยคือคิดว่ากระต่ายกินแครอทเป็นหลัก แต่หญ้าแห้งควรเป็น 70 ถึง 80 เปอร์เซ็นต์ของอาหารทั้งหมด
ควรเลี้ยงกระต่ายเดี่ยวหรือเป็นคู่?
ควรเลี้ยงเป็นคู่เพราะกระต่ายเป็นสัตว์สังคมที่ต้องการเพื่อนอย่างแท้จริง กระต่ายที่อยู่คนเดียวเสี่ยงเครียดและเบื่อหน่าย ส่งผลเสียต่อสุขภาพในระยะยาว ควรตรวจให้แน่ใจว่าทั้งสองตัวได้รับการทำหมันก่อนนำมาอยู่ด้วยกัน