นกหงส์หยก
Melopsittacus undulatus
ร่าเริง ช่างเจรจา และเข้ากับคนง่าย — นกหงส์หยกเลี้ยงที่นิยมที่สุดในโลก
View นกหงส์หยก breedsScientific classification
The นกหงส์หยก's place in the tree of life, from domain down to species.
- โดเมนEukaryotaยูแคริโอต
- อาณาจักรAnimaliaสัตว์
- ไฟลัมChordataสัตว์มีแกนสันหลัง
- ชั้นAvesนก
- อันดับPsittaciformesนกแก้ว
- วงศ์Psittaculidaeนกแก้วโลกเก่า
- สกุลMelopsittacusนกหงส์หยก
- ชนิดMelopsittacus undulatusนกหงส์หยก
นกหงส์หยก colors, patterns and markings
Every color, pattern and marking the taxonomy records for นกหงส์หยก, by part of the body. Each breed page shows which clubs accept which ones.
เกี่ยวกับนกหงส์หยก
นกหงส์หยก (Melopsittacus undulatus) เป็นนกแก้วขนาดเล็กจากออสเตรเลียที่นิยมเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงทั่วโลก ชอบเข้าสังคม ส่งเสียงบ่อย เหมาะกับผู้เลี้ยงนกมือใหม่ที่มีเวลาดูแลทุกวัน
นกหงส์หยกเป็นนกแก้วขนาดเล็กในอันดับนกแก้ว มีถิ่นกำเนิดในพื้นที่แห้งแล้งตอนในของทวีปออสเตรเลีย ในวงการสัตว์เลี้ยงมักเรียกกันว่าบัดจี้ หรือในสหรัฐอเมริกาเรียกว่าพาราคีต นกชนิดนี้เป็นหนึ่งในนกเลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ด้วยขนาดตัวเล็ก นิสัยเข้าสังคมง่าย และความสามารถในการเลียนเสียงพูด
นกหงส์หยกเป็นสัตว์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูง ในธรรมชาตินกกลุ่มนี้อาศัยอยู่รวมกันเป็นฝูงใหญ่ตั้งแต่หลักร้อยถึงหลักพันตัว เคลื่อนย้ายไปทั่วพื้นที่เพื่อหาเมล็ดหญ้าและแหล่งน้ำ พฤติกรรมทางสังคมนี้ยังคงติดตัวมาถึงนกที่เลี้ยงในกรง นกที่เลี้ยงตัวเดียวจึงต้องการปฏิสัมพันธ์จากผู้เลี้ยงอย่างสม่ำเสมอ และหลายคนนิยมเลี้ยงเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มเล็กๆ นกจะส่งเสียงร้องแทบตลอดเวลาเพื่อสื่อสารกัน ทั้งเสียงร้องสั้นๆ เสียงพูดพึมพำ และเสียงร้องติดต่อกับฝูง
นกหงส์หยกตัวหนึ่งมีน้ำหนักประมาณ 30 ถึง 40 กรัม และยาวจากหัวถึงปลายหางประมาณ 18 เซนติเมตร แม้ตัวจะเล็กแต่นกชนิดนี้กระตือรือร้นและต้องการเวลานอกกรงทุกวันเพื่อบินและออกกำลังกาย หากได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ นกหงส์หยกสามารถเป็นเพื่อนคู่ใจไปได้นาน บางตัวมีอายุยืนถึงสิบกว่าปี
| คุณลักษณะ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อวิทยาศาสตร์ | Melopsittacus undulatus |
| วงศ์ | Psittaculidae (วงศ์นกแก้ว) |
| ขนาดตัวเต็มวัย | ยาวประมาณ 18 ซม. ปีกกางประมาณ 30 ซม. |
| ช่วงอายุขัย | โดยทั่วไป 5 ถึง 8 ปี หากดูแลดีอาจอยู่ได้ถึง 12 ถึง 15 ปี |
| อาหาร | กินเมล็ดพืชเป็นหลัก ร่วมกับอาหารเม็ดสำเร็จรูป ผัก และผลไม้บางชนิด |
| ระดับการดูแล | เหมาะกับผู้เริ่มต้น |
| เหมาะกับ | ผู้เลี้ยงนกมือใหม่ ครอบครัว และผู้ที่อาศัยในคอนโดหรืออพาร์ตเมนต์ |
นกชนิดนี้เหมาะกับใคร
นกหงส์หยกเหมาะกับผู้เลี้ยงที่ต้องการนกขนาดเล็กที่มีปฏิสัมพันธ์ได้ดี โดยไม่ต้องใช้พื้นที่มาก เสียงไม่ดังมาก และค่าใช้จ่ายไม่สูงเท่านกแก้วขนาดใหญ่ นกชนิดนี้เลี้ยงในคอนโดได้ดีเพราะเสียงร้องเบากว่านกแก้วตัวใหญ่ เป็นตัวเลือกที่เหมาะสมสำหรับเด็กที่ตั้งใจดูแลภายใต้การควบคุมของผู้ใหญ่ ผู้ที่ต้องเดินทางบ่อยหรือไม่สามารถให้เวลาปฏิสัมพันธ์กับนกได้ทุกวัน ควรพิจารณาเลี้ยงนกสองตัวเพื่อให้นกมีเพื่อน
ชนิดและสายพันธุ์ของนกหงส์หยก
นกหงส์หยกเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียว แต่การคัดเลือกพันธุ์ทำให้เกิดสองรูปแบบหลัก คือนกหงส์หยกทั่วไปตัวเล็กที่พบตามร้านขายสัตว์เลี้ยง และนกหงส์หยกสายประกวดตัวใหญ่ (มักเรียกว่าอิงลิชบัดจี้) สีและลวดลายมีหลากหลายนับสิบแบบ
นกหงส์หยกเป็นสัตว์เพียงชนิดเดียว ไม่ใช่กลุ่มของหลายสายพันธุ์แยกจากกัน ในหมวดหมู่นี้จึงมีรูปแบบที่ได้รับการยอมรับเพียงแบบเดียว ความหลากหลายที่เห็นเกิดจากการคัดเลือกพันธุ์ด้านสี ลวดลาย และขนาดภายในสัตว์ชนิดเดียวกันนี้เอง ผู้เลี้ยงมักแบ่งนกหงส์หยกที่เลี้ยงในกรงออกเป็นสองกลุ่มตามการใช้งาน ได้แก่นกหงส์หยกทั่วไปหรือสายพันธุ์ดั้งเดิม ซึ่งมีขนาดใกล้เคียงกับนกในธรรมชาติของออสเตรเลีย และนกหงส์หยกสายประกวดหรือสายจัดแสดง ซึ่งเพาะพันธุ์ให้ตัวใหญ่ขึ้น หัวเต็มขึ้น และมีลวดลายเด่นชัดกว่า
| สายพันธุ์หรือชนิด | จุดเด่น |
|---|---|
| นกหงส์หยก | สัตว์เพียงชนิดเดียว เป็นนกแก้วขนาดเล็กที่ชอบเข้าสังคม เพาะพันธุ์ให้มีหลากสี ทั้งสายเลี้ยงทั่วไปและสายประกวด |
การจัดกลุ่มสายพันธุ์ย่อย
เนื่องจากมีเพียงสัตว์ชนิดเดียว การจัดหมวดหมู่ภายในนกหงส์หยกจึงอิงตามลักษณะภายนอกมากกว่าการแยกสายพันธุ์ ผู้เพาะพันธุ์มักจัดกลุ่มนกตามสี (กลุ่มเขียว ฟ้า เหลือง ขาว และเทา) ตามลวดลาย (ปกติ โอปาลีน สแปงเกิล พายด์ และแบบอื่นๆ) และตามขนาด (สายเลี้ยงทั่วไปเทียบกับสายประกวด) ชมรมนักเลี้ยงนกและมาตรฐานการประกวดอธิบายลักษณะเหล่านี้ไว้อย่างละเอียด แต่ทั้งหมดล้วนเป็นสัตว์ชนิดเดียวกันคือ Melopsittacus undulatus
ประวัติและถิ่นกำเนิดของนกหงส์หยก
นกหงส์หยกมีถิ่นกำเนิดในออสเตรเลีย อาศัยอยู่ในพื้นที่แห้งแล้งตอนในมานานหลายแสนปี ชาวยุโรปบันทึกการพบเห็นครั้งแรกในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 และกลายเป็นนกเลี้ยงยอดนิยมในยุโรปตั้งแต่กลางศตวรรษนั้นเป็นต้นมา
นกหงส์หยกวิวัฒนาการขึ้นในพื้นที่แห้งแล้งตอนในของออสเตรเลีย และดำรงอยู่ที่นั่นมาก่อนที่มนุษย์จะเข้าไปตั้งถิ่นฐานนานมาก ชนพื้นเมืองอะบอริจินในเขตตอนกลางของออสเตรเลียรู้จักนกชนิดนี้เป็นอย่างดี และชื่อสามัญของมันโดยทั่วไปสืบย้อนไปถึงคำในภาษาอะบอริจินของออสเตรเลีย นกชนิดนี้ปรับตัวเข้ากับสภาพอากาศที่โหดร้ายและแปรปรวนด้วยการอยู่รวมกันเป็นฝูงที่เคลื่อนย้ายตามฝนและแหล่งเมล็ดหญ้าเป็นระยะทางไกล
นักธรรมชาติวิทยาชาวยุโรปเริ่มบันทึกข้อมูลนกหงส์หยกในช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 19 จอห์น กูลด์ นักธรรมชาติวิทยาชาวอังกฤษ เป็นผู้บรรยายลักษณะของนกชนิดนี้และนำตัวอย่างเข้าสู่อังกฤษราวปี ค.ศ. 1840 หลังจากนั้นความสนใจก็แพร่กระจายไปทั่วยุโรปอย่างรวดเร็ว มีการขนส่งนกที่มีชีวิตจากออสเตรเลียเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ และผู้เพาะพันธุ์เริ่มสร้างประชากรนกในกรงแทนการพึ่งพาการนำเข้า
ตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 19 นกหงส์หยกกลายเป็นนกเลี้ยงที่ได้รับความนิยมในอังกฤษและยุโรปภาคพื้นทวีป การเพาะพันธุ์ในกรงทำให้เกิดสีกลายพันธุ์แรกๆ เริ่มจากสีเหลืองแล้วตามด้วยสีฟ้า ซึ่งยิ่งกระตุ้นความต้องการมากขึ้น ในช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ผู้เพาะพันธุ์และสมาคมนักเลี้ยงนกต่างทุ่มเทพัฒนาและปรับปรุงสีเหล่านี้ให้คงที่
ต่อมาออสเตรเลียจำกัดการส่งออกสัตว์ป่าพื้นเมืองของตน ประชากรนกเลี้ยงทั่วโลกในปัจจุบันจึงสืบเชื้อสายมาจากนกที่เพาะพันธุ์นอกออสเตรเลียต่อเนื่องกันมาหลายชั่วอายุแทบทั้งหมด นกหงส์หยกสายประกวดหรืออิงลิชบัดจี้ถูกพัฒนาขึ้นผ่านการเพาะพันธุ์ในกรงเช่นนี้เพื่อให้ได้ตัวที่ใหญ่ขึ้นและลวดลายเด่นชัดขึ้น ขณะที่นกหงส์หยกตามร้านขายสัตว์เลี้ยงทั่วไปยังคงมีขนาดและสัดส่วนใกล้เคียงกับนกในธรรมชาติ
รูปลักษณ์และลักษณะทางกายภาพของนกหงส์หยก
นกหงส์หยกเป็นนกแก้วขนาดเล็กรูปร่างเพรียว ยาวประมาณ 18 เซนติเมตร มีหางยาวเรียว มีลายขวางสีดำที่ปีกและหลัง และมีสีสันหลากหลายจากการเพาะพันธุ์ ส่วนสายพันธุ์ดั้งเดิมมีสีเขียวและเหลือง หน้าสีเหลือง
นกหงส์หยกมีรูปร่างกะทัดรัดเพรียวลม เหมาะสำหรับการบินที่รวดเร็วและคล่องแคล่ว นกสายพันธุ์ดั้งเดิมมีส่วนท้องสีเขียวและหัวสีเหลือง มีลายหยักสีดำละเอียดพาดตามหลัง ปีก และท้ายทอย ใต้ใบหน้ามีจุดสีดำเล็กๆ บริเวณคอและแต้มสีฟ้าอมม่วงที่แก้ม หางยาวเรียว ปากสั้นและงุ้มตามลักษณะของนกแก้วทั่วไป การเพาะพันธุ์ในกรงเพิ่มสีฟ้า เทา ขาว เหลือง และลวดลายอีกหลายแบบต่อยอดจากรูปแบบพื้นฐานนี้
| ลักษณะ | ช่วงค่าปกติ |
|---|---|
| ขนาด | ยาวจากหัวถึงหางประมาณ 18 ซม. ปีกกางประมาณ 30 ซม. |
| น้ำหนัก | 30 ถึง 40 กรัม (สายเลี้ยงทั่วไป) สายประกวดอาจหนักถึง 50 ถึง 60 กรัม |
| สิ่งปกคลุมตัว | ขนนก เรียบเนียนแนบลำตัว |
| สี | เขียวและเหลืองแบบดั้งเดิม รวมถึงสีฟ้า เทา ขาว เหลือง และลายพายด์จากการเพาะพันธุ์ |
| ลักษณะเด่น | ลายขวางสีดำที่ปีก จุดที่คอ แต้มที่แก้ม และสีของหนังจมูกที่มักบ่งบอกเพศ |
ความแตกต่างของรูปลักษณ์
ความแตกต่างที่สังเกตได้ชัดที่สุดอยู่ระหว่างนกหงส์หยกสายเลี้ยงทั่วไปกับสายประกวด นกสายประกวดหรืออิงลิชบัดจี้มีขนาดใหญ่กว่าอย่างเห็นได้ชัด หัวกว้างกว่า ใบหน้าเต็มกว่า และจุดกับลายบนใบหน้าเด่นชัดกว่า สีและลวดลายแตกต่างกันได้มากในทั้งสองสาย หนังจมูกซึ่งเป็นบริเวณเนื้อเหนือปาก มักมีสีฟ้าในตัวผู้ที่โตเต็มวัย และสีน้ำตาลอ่อนหรือน้ำตาลเข้มในตัวเมียที่พร้อมผสมพันธุ์ ซึ่งช่วยแยกเพศได้ในหลายสายสี
พฤติกรรมและอุปนิสัยของนกหงส์หยก
นกหงส์หยกเป็นนกที่เข้าสังคมสูง กระตือรือร้น และส่งเสียงบ่อย ต้องการเพื่อนและสร้างความผูกพันแน่นแฟ้นกับนกด้วยกันหรือผู้เลี้ยง สื่อสารกันด้วยเสียงร้องแทบตลอดเวลา และสามารถเรียนรู้เลียนเสียงพูดได้
นกหงส์หยกเป็นนกที่อยู่รวมกันเป็นฝูงโดยธรรมชาติ การมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคมจึงเป็นส่วนสำคัญของพฤติกรรม เมื่ออยู่เป็นกลุ่ม นกจะไซ้ขนให้กัน ป้อนอาหารให้เพื่อน และส่งเสียงร้องติดต่อกันแทบไม่หยุด นกที่เลี้ยงตัวเดียวจะผูกพันกับผู้เลี้ยงอย่างใกล้ชิด แต่ต้องการปฏิสัมพันธ์บ่อยครั้งเพื่อให้มีความสุข นกสองตัวขึ้นไปจะเล่นด้วยกันเอง แม้ว่านกที่มีเพื่อนนกด้วยกันมากอาจผูกพันกับคนน้อยกว่า
นกชนิดนี้กระตือรือร้นและอยากรู้อยากเห็นตลอดวัน สลับระหว่างการบินและไต่ปีนอย่างรวดเร็วกับช่วงเวลาไซ้ขนและพักผ่อน นกหงส์หยกสื่อสารกันเป็นหลักผ่านเสียง ทั้งเสียงร้องเป็นทำนอง เสียงร้องติดต่อที่แหลมคม และเสียงพึมพำเบาๆ เวลาผ่อนคลาย หลายตัวเรียนรู้เลียนเสียงพูดและเสียงในบ้าน โดยตัวผู้มักพูดเก่งกว่า ภาษากายก็สำคัญเช่นกัน เช่น ขนหัวตั้ง หางกาง และการบดปาก ซึ่งเป็นสัญญาณของนกที่สงบและรู้สึกปลอดภัย
| ด้าน | ลักษณะทั่วไป |
|---|---|
| การเข้าสังคม | สูงมาก เป็นนกฝูงที่ต้องการเพื่อน |
| ระดับกิจกรรม | สูง ต้องการบินและเล่นทุกวัน |
| การส่งเสียง | ปานกลาง ส่งเสียงบ่อยแต่เบากว่านกแก้วขนาดใหญ่ |
| ต่อคน | เป็นมิตรและเชื่องได้หากจับอย่างอ่อนโยนสม่ำเสมอ |
| ต่อสัตว์อื่น | เลี้ยงร่วมกับนกหงส์หยกด้วยกันดีที่สุด ต้องดูแลใกล้ชิดเมื่ออยู่ใกล้แมว สุนัข และนกตัวใหญ่กว่า |
การดูแลนกหงส์หยก
การดูแลนกหงส์หยกเน้นที่กรงสะอาด เวลาบินนอกกรงทุกวัน อาหารและน้ำสะอาด และการมีปฏิสัมพันธ์กับนกอย่างสม่ำเสมอ นกชนิดนี้ดูแลง่ายกว่านกแก้วขนาดใหญ่ แต่ยังต้องการการเอาใจใส่ทุกวัน
การดูแลประจำวัน
- เติมน้ำและอาหารสดให้ทุกวัน เก็บเปลือกเมล็ดพืชและอาหารสดที่เหลือทิ้งออก
- ปล่อยให้นกบินและออกกำลังกายนอกกรงในห้องที่ปลอดภัยสำหรับนก โดยมีคนดูแลอยู่ด้วย
- ใช้เวลาพูดคุยและมีปฏิสัมพันธ์กับนก โดยเฉพาะหากเลี้ยงเพียงตัวเดียว
- เก็บมูลนกเป็นจุดๆ และเปลี่ยนวัสดุรองกรงที่สกปรก
- สังเกตอาการนกโดยย่อ ทั้งท่าทาง การหายใจ และลักษณะมูล ว่าปกติหรือไม่
สภาพแวดล้อม
- วางกรงให้ห่างจากลมโกรกโดยตรงและควันจากห้องครัว
- รักษาอุณหภูมิห้องให้คงที่ หลีกเลี่ยงความเย็นฉับพลันและความร้อนจัด
- คลุมหรือลดแสงกรงในเวลากลางคืน เพื่อให้นกได้พักผ่อน 10 ถึง 12 ชั่วโมง
- จัดคอนที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางหลากหลายเพื่อสุขภาพเท้าที่ดี
- สลับเปลี่ยนของเล่นเพื่อกระตุ้นให้นกไม่เบื่อ
การดูแลขนและการจับนก
นกหงส์หยกดูแลขนของตัวเองได้ ไม่จำเป็นต้องอาบน้ำให้จากผู้เลี้ยง แม้หลายตัวจะชอบจานน้ำตื้นๆ หรือการพ่นละอองน้ำเบาๆ เล็บและปากมักสึกกร่อนเองตามธรรมชาติ หากยาวเกินไปควรให้สัตวแพทย์ตรวจดูมากกว่าตัดเองที่บ้านโดยไม่มีคำแนะนำ ควรจับนกอย่างอ่อนโยนและให้นกก้าวขึ้นมาเกาะนิ้วเอง แทนที่จะจับตัวนกโดยตรง ซึ่งจะช่วยสร้างความไว้ใจได้ในระยะยาว
โภชนาการและอาหารของนกหงส์หยก
นกหงส์หยกกินเมล็ดพืชเป็นอาหารหลักในธรรมชาติ แต่เมื่อเลี้ยงในกรงควรได้รับอาหารที่สมดุล ทั้งอาหารเม็ดสำเร็จรูป เมล็ดพืชบางส่วน และผักสด การให้กินเมล็ดพืชอย่างเดียวจะนำไปสู่ปัญหาทางโภชนาการ
ในธรรมชาติ นกหงส์หยกกินเมล็ดหญ้าและพืชเตี้ยชนิดอื่นเป็นอาหาร นกที่เลี้ยงในกรงหากได้กินเมล็ดพืชอย่างเดียว มักมีน้ำหนักเกินและขาดวิตามินสำคัญ เพราะเมล็ดพืชมีไขมันสูงแต่มีสารอาหารบางชนิดต่ำ อาหารที่สมดุลสำหรับนกในกรงควรใช้อาหารเม็ดสำเร็จรูปเป็นหลัก ร่วมกับเมล็ดพืชปริมาณน้อยลงและผักสดทุกวัน ผักใบเขียวเข้ม แครอทขูด และผักคล้ายกันช่วยเพิ่มวิตามินและความหลากหลาย ผลไม้ให้ได้ในปริมาณน้อยเป็นของว่างพิเศษ การเปลี่ยนจากอาหารเมล็ดพืชมาเป็นอาหารเม็ดควรทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป เพราะนกหงส์หยกอาจปรับตัวรับอาหารใหม่ได้ช้า
| ช่วงวัย | อาหาร | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ลูกนก (พ่อแม่ป้อนหรือป้อนมือ) | อาหารจากกระเพาะพักของพ่อแม่ หรือสูตรป้อนมือที่เหมาะสม | ให้ทีละน้อยแต่บ่อยครั้ง ปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เพาะพันธุ์หรือสัตวแพทย์ |
| นกวัยรุ่น | อาหารเม็ดร่วมกับเมล็ดพืชบางส่วน และผักเนื้อนุ่ม | ให้ลองอาหารหลากหลายตั้งแต่เนิ่นๆ ขณะที่นกยังยอมรับอาหารใหม่ได้ง่าย |
| นกโตเต็มวัย | อาหารเม็ดเป็นหลัก เมล็ดพืชจำกัดปริมาณ ผักสดทุกวัน | เฝ้าระวังน้ำหนักตัว จำกัดเมล็ดพืชผสมที่มีไขมันสูง |
| ช่วงผสมพันธุ์หรือผลัดขน | เหมือนนกโตเต็มวัย แต่เพิ่มพลังงานและแคลเซียมเล็กน้อย | จัดเตรียมกระดูกปลาหมึกหรือแหล่งแคลเซียมให้ |
ของว่าง อาหารเสริม และน้ำ
ใช้ช่อลูกเดือยและผลไม้ชิ้นเล็กเป็นของว่างเป็นครั้งคราวและเป็นรางวัลระหว่างฝึก ไม่ใช่อาหารหลักประจำวัน กระดูกปลาหมึกหรือก้อนแร่ธาตุช่วยเสริมแคลเซียมและรักษาสภาพปาก นกหงส์หยกส่วนใหญ่ที่กินอาหารสมดุลอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องเติมวิตามินหยดลงในน้ำ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนให้อาหารเสริมใดๆ เติมน้ำสะอาดให้ทุกวัน และเปลี่ยนบ่อยขึ้นหากมีเศษอาหารหรือมูลนกตกลงไปในภาชนะ
สุขภาพและปัญหาที่พบบ่อยในนกหงส์หยก
นกหงส์หยกโดยทั่วไปแข็งแรง แต่มีแนวโน้มเป็นปัญหาสุขภาพบางอย่าง เช่น เนื้องอก โรคอ้วน ไรขี้เรื้อนที่หน้า และโรคทางเดินหายใจ หากได้รับอาหารและการดูแลที่ดี มักมีอายุ 5 ถึง 8 ปี และบางตัวอยู่ได้ถึงสิบกว่าปี
นกหงส์หยกแข็งแรงเมื่อเทียบกับขนาดตัว แต่มักซ่อนอาการเจ็บป่วยได้ดี การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมเล็กๆ น้อยๆ จึงอาจเป็นสัญญาณแรกของปัญหา นกที่นั่งขนพองซึม หยุดกินอาหาร หรือหมอบอยู่ที่พื้นกรง ต้องได้รับการดูแลทันที อายุขัยทั่วไปอยู่ที่ประมาณ 5 ถึง 8 ปี และนกที่กินอาหารดีพร้อมได้รับการดูแลเอาใจใส่อาจมีอายุถึง 12 ถึง 15 ปี ปัญหาที่พบบ่อยหลายอย่างเชื่อมโยงกับอาหารที่เน้นเมล็ดพืชมากเกินไปและการขาดการออกกำลังกาย
| ภาวะ | อาการ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| โรคอ้วนและเนื้องอกไขมัน | น้ำหนักเพิ่ม มีก้อนเนื้อ กิจกรรมลดลง | มักเกี่ยวข้องกับอาหาร ลดเมล็ดพืชและเพิ่มการบิน |
| ไรขี้เรื้อนที่หน้า | มีตุ่มขรุขระรอบปาก หนังจมูก และตา | รักษาได้ ต้องใช้ยาตามที่สัตวแพทย์สั่ง |
| การติดเชื้อทางเดินหายใจ | หางกระตุกขณะหายใจ หายใจมีเสียงหวีด มีน้ำมูก | หลีกเลี่ยงลมโกรกและควัน พาไปพบสัตวแพทย์ |
| เนื้องอก | บวมให้เห็นชัด น้ำหนักลด ซึม | พบได้บ่อยในนกหงส์หยกที่อายุมาก |
| ปากหรือเล็บยาวผิดปกติ | กินอาหารหรือเกาะคอนลำบาก | ตรวจสอบอาหารและให้สัตวแพทย์ตัดแต่งหากจำเป็น |
การดูแลเชิงป้องกัน
- ให้อาหารที่สมดุล ไม่ใช่เมล็ดพืชอย่างเดียว
- ปล่อยให้บินทุกวันเพื่อรักษาน้ำหนักให้เหมาะสม
- รักษากรงและภาชนะให้อาหารให้สะอาดเพื่อลดการติดเชื้อ
- กักโรคนกใหม่ทุกตัวก่อนนำไปรวมกับนกอื่น
- นัดตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์เฉพาะทางนกและสังเกตสัญญาณเจ็บป่วยเบื้องต้น
การฝึกนกหงส์หยก
นกหงส์หยกฉลาดและฝึกได้ดี หากมีความอดทนและให้รางวัลเชิงบวก นกจะเรียนรู้การก้าวขึ้นเกาะนิ้ว มาเมื่อถูกเรียก และมักเลียนเสียงพูดได้ โดยตัวผู้มักพูดเก่งกว่า
นกหงส์หยกเรียนรู้ได้เร็วเมื่อเทียบกับขนาดตัว ส่วนใหญ่จะเชื่องได้ง่ายหากได้รับการจับอย่างอ่อนโยนและสม่ำเสมอตั้งแต่ยังเล็ก หลายตัวเรียนรู้การก้าวขึ้นเกาะนิ้ว มาเมื่อถูกเรียก และแสดงกลเล่นง่ายๆ ได้ การเลียนเสียงพูดพบได้บ่อย โดยเฉพาะในตัวผู้ แม้ไม่ใช่ทุกตัวจะพูดได้ การฝึกได้ผลดีที่สุดเมื่อทำเป็นช่วงสั้นๆ อย่างสงบ ในห้องที่เงียบ และใช้อาหารชิ้นเล็กเช่นลูกเดือยเป็นรางวัล ความไว้ใจสำคัญที่สุด นกที่รู้สึกปลอดภัยเมื่ออยู่ใกล้ผู้เลี้ยงจะเรียนรู้ได้เร็วกว่านกที่ถูกจับหรือไล่ตัวมาก
เริ่มต้นฝึก
- ปล่อยให้นกใหม่ปรับตัวสักสองสามวันก่อนเริ่มจับ
- นั่งใกล้กรงและพูดคุยเบาๆ เพื่อให้นกคุ้นเคยกับการมีคุณอยู่ใกล้
- ยื่นของว่างผ่านซี่กรงก่อน จากนั้นค่อยยื่นจากฝ่ามือที่แบออก
- ฝึกการก้าวขึ้นเกาะนิ้วโดยกดนิ้วเบาๆ ที่หน้าอกส่วนล่างเพื่อให้นกก้าวขึ้นมาเกาะ
- พูดคำซ้ำๆ อย่างชัดเจนและสม่ำเสมอหากต้องการให้นกเลียนเสียงพูด
- ฝึกครั้งละสั้นๆ ไม่กี่นาที และจบเซสชันเมื่อทำสำเร็จ
ที่อยู่อาศัยและกรงเลี้ยงนกหงส์หยก
นกหงส์หยกต้องการกรงที่กว้างกว่าสูงเพื่อให้บินตามแนวนอนได้ วางไว้ในห้องที่อุณหภูมิคงที่ มีคอน ของเล่น และเวลาบินนอกกรงทุกวัน กรงยิ่งใหญ่ยิ่งดี
นกหงส์หยกบินในแนวราบเป็นหลัก ไม่ได้บินลอยตัวอยู่กับที่ กรงจึงควรกว้างกว่าสูงเพื่อให้มีพื้นที่บินระยะสั้นได้ สำหรับนกตัวเดียว ขนาดกรงขั้นต่ำควรกว้างประมาณ 45 ถึง 60 เซนติเมตร และควรใหญ่กว่านี้หากเลี้ยงมากกว่าหนึ่งตัว ระยะห่างของซี่กรงควรอยู่ที่ประมาณ 1 เซนติเมตร เพื่อไม่ให้หัวนกติดซี่กรง ควรวางกรงในระดับความสูงประมาณอกหรือสายตา ชิดผนังเพื่อความรู้สึกปลอดภัย ในห้องที่มีกิจกรรมช่วงกลางวันแต่ห่างจากลมโกรก แสงแดดจัด และห้องครัว กรงไม่สามารถทดแทนการบินได้ นกหงส์หยกยังคงต้องการเวลานอกกรงทุกวันภายใต้การดูแล
| ปัจจัย | คำแนะนำ |
|---|---|
| พื้นที่ | กรงกว้างอย่างน้อย 45 ถึง 60 ซม. สำหรับนกหนึ่งตัว ใหญ่กว่านี้หากเลี้ยงหลายตัว บินนอกกรงทุกวัน |
| อุณหภูมิ | อุณหภูมิห้องคงที่ประมาณ 18 ถึง 26 องศาเซลเซียส หลีกเลี่ยงความเย็นฉับพลัน |
| ความชื้น | ความชื้นปกติในบ้าน หลีกเลี่ยงห้องที่แห้งหรือชื้นจัด |
| วัสดุรองพื้น | กระดาษหรือแผ่นรองกรงบนถาดแบบดึงออกได้ เปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ |
| แสงสว่าง | ตามวงจรกลางวันกลางคืนธรรมชาติ พักผ่อนในที่มืดและเงียบ 10 ถึง 12 ชั่วโมง |
รายการอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- กรงกว้างที่มีระยะห่างซี่กรงปลอดภัย
- คอนหลายอันที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางต่างกัน รวมถึงกิ่งไม้ธรรมชาติ
- ภาชนะใส่อาหารและน้ำ พร้อมกระดูกปลาหมึกหรือก้อนแร่ธาตุ
- ของเล่นสองสามชิ้น เช่น กระดิ่ง บันได และของให้แทะเล่น
- แผ่นรองกรงและถาดแบบดึงออกได้เพื่อทำความสะอาดง่าย
- มุมเงียบหรือผ้าคลุมกรงสำหรับพักผ่อนตอนกลางคืน
การผสมพันธุ์นกหงส์หยก
นกหงส์หยกเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ตั้งแต่อายุไม่กี่เดือน แต่ควรรอให้โตกว่านั้นก่อนผสมพันธุ์ ตัวเมียวางไข่ครั้งละสี่ถึงแปดฟอง ฟักไข่ประมาณ 18 วัน และลูกนกออกจากรังเมื่ออายุประมาณสี่ถึงห้าสัปดาห์
นกหงส์หยกอาจเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุประมาณ 3 ถึง 4 เดือน แต่ผู้เลี้ยงที่มีความรับผิดชอบจะรอจนนกอายุอย่างน้อยหนึ่งปีก่อนให้ผสมพันธุ์ เนื่องจากตัวเมียที่อายุน้อยมีความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อนสูงกว่า นกหงส์หยกทำรังในโพรง จึงต้องมีกล่องรังให้คู่นกใช้ผสมพันธุ์ ตัวเมียวางไข่วันเว้นวัน โดยทั่วไปครั้งละสี่ถึงแปดฟองต่อรัง และฟักไข่เองขณะที่ตัวผู้ช่วยป้อนอาหารให้ ไข่ฟักออกหลังจากประมาณ 18 วัน ลูกนกเกิดมาตาบอดและไม่มีขน ได้รับการป้อนอาหารจากพ่อแม่ทั้งสอง และออกจากรังเมื่ออายุประมาณสี่ถึงห้าสัปดาห์ การผสมพันธุ์ส่งผลกระทบต่อร่างกายตัวเมียมาก จึงควรมีแหล่งแคลเซียมและโภชนาการที่ดีตลอดช่วงเวลานี้
| รายการ | ค่า |
|---|---|
| วัยเจริญพันธุ์ | ตั้งแต่ประมาณ 3 ถึง 4 เดือน ควรผสมพันธุ์เมื่อโตกว่านี้เท่านั้น |
| อายุที่แนะนำสำหรับผสมพันธุ์ | อย่างน้อย 1 ปี |
| จำนวนไข่ต่อครอก | 4 ถึง 8 ฟอง |
| ระยะฟักไข่ | ประมาณ 18 วัน |
| ระยะออกจากรัง | ประมาณ 4 ถึง 5 สัปดาห์ |
| ลักษณะการทำรัง | ทำรังในโพรง ต้องมีกล่องรัง |
การเลือกนกหงส์หยก
นกหงส์หยกเหมาะกับผู้เลี้ยงที่ให้เวลาดูแลได้ทุกวัน มีกรงที่เหมาะสม และพร้อมผูกพันระยะยาวหลายปี ค่าใช้จ่ายเริ่มต้นไม่สูงนัก แต่นกอาจมีชีวิตอยู่นานกว่าสิบปีและต้องการเพื่อนกับการดูแลตลอดชีวิต
นกหงส์หยกเหมาะกับคุณหรือไม่
นกหงส์หยกเป็นหนึ่งในนกเลี้ยงที่มีราคาย่อมเยาและดูแลง่ายกว่านกชนิดอื่น แต่ก็ยังเป็นสัตว์มีชีวิตที่มีความต้องการในแต่ละวัน นกต้องการปฏิสัมพันธ์ทุกวัน ไม่ว่าจากคนหรือจากนกหงส์หยกตัวอื่น รวมถึงกรงที่มีพื้นที่ให้บินและเวลานอกกรงภายใต้การดูแล หากได้รับการดูแลที่ดี นกอาจมีชีวิตอยู่ได้นานกว่าสิบปี จึงเป็นความผูกพันระยะยาวหลายปี ไม่ใช่สัตว์เลี้ยงระยะสั้น นกหงส์หยกเหมาะกับการเลี้ยงในคอนโดเพราะเสียงเบากว่านกแก้วขนาดใหญ่ แม้จะส่งเสียงพึมพำตลอดวันก็ตาม ครัวเรือนที่มีเด็กเล็กมากควรดูแลการจับนกทุกครั้ง เพราะนกตัวเล็กและบอบบาง
| รายการ | ค่าใช้จ่ายทั่วไป |
|---|---|
| ตัวนก (สายเลี้ยงทั่วไป) | ค่าใช้จ่ายครั้งเดียวไม่สูง นกสายประกวดหรืออิงลิชบัดจี้มีราคาสูงกว่า |
| กรงและอุปกรณ์เสริม | ค่าใช้จ่ายครั้งเดียวระดับปานกลาง กรงขนาดใหญ่ราคาสูงกว่า |
| อาหารและวัสดุรองกรง | ค่าใช้จ่ายรายเดือนไม่สูง |
| ของเล่นและคอน | ค่าใช้จ่ายไม่สูง เปลี่ยนเป็นระยะ |
| ค่ารักษาพยาบาลจากสัตวแพทย์เฉพาะทางนก | ผันแปรตามกรณี ควรเผื่องบสำหรับตรวจสุขภาพและอาการเจ็บป่วยที่ไม่คาดคิด |
จะหานกหงส์หยกได้จากที่ไหน
นกหงส์หยกสามารถหาได้จากผู้เพาะพันธุ์ที่มีความรับผิดชอบ ร้านขายสัตว์เลี้ยง หรือกลุ่มช่วยเหลือและรับเลี้ยงนก แหล่งที่ดีจะเลี้ยงนกในสภาพแวดล้อมที่สะอาดและมีพื้นที่เพียงพอ และสามารถตอบคำถามเกี่ยวกับอายุ อาหาร และสุขภาพของนกได้ การรับเลี้ยงนกที่ถูกส่งต่อก็เป็นทางเลือกที่ควรพิจารณา เพราะบางครั้งเจ้าของเดิมยกนกให้ผู้อื่นเลี้ยงเมื่อประเมินความต้องการของนกต่ำเกินไป ไม่ว่านกจะมาจากที่ใด ควรเลือกตัวที่ตาสดใส กระตือรือร้น และหายใจเบาสม่ำเสมอ และควรกักโรคแยกจากนกตัวอื่นที่มีอยู่ก่อนในช่วงแรก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนกหงส์หยก
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเลี้ยงนกหงส์หยก ครอบคลุมเรื่องความเหมาะสมในการเลี้ยง อายุขัย ค่าใช้จ่าย ความยากง่ายในการดูแล และความเหมาะสมสำหรับครอบครัวและผู้เริ่มต้น
นกหงส์หยกเป็นสัตว์เลี้ยงที่ดีหรือไม่
ใช่ นกหงส์หยกเป็นหนึ่งในนกเลี้ยงที่ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะตัวเล็ก เข้าสังคมง่าย ราคาไม่แพง และมักเรียนรู้เลียนเสียงพูดได้ เหมาะกับผู้เริ่มต้นที่มีเวลาดูแลทุกวัน
นกหงส์หยกมีอายุขัยเท่าไร
โดยทั่วไป 5 ถึง 8 ปี แต่หากได้รับอาหารสมดุลและการดูแลที่ดี หลายตัวมีอายุถึง 12 ถึง 15 ปี
นกหงส์หยกราคาเท่าไร
ตัวนกเองมักมีราคาไม่แพง ส่วนนกสายประกวดหรืออิงลิชบัดจี้มีราคาสูงกว่า ค่าใช้จ่ายก้อนใหญ่กว่าคือกรงที่เหมาะสม อาหารต่อเนื่อง และค่ารักษาพยาบาลจากสัตวแพทย์เฉพาะทางนกตลอดชีวิตของนก
นกหงส์หยกดูแลยากหรือไม่
เหมาะกับผู้เริ่มต้นมากกว่านกแก้วขนาดใหญ่ แต่ยังต้องการอาหารและน้ำสะอาดทุกวัน การทำความสะอาดกรง ปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และเวลาบินนอกกรงภายใต้การดูแล
นกหงส์หยกเหมาะกับครอบครัวและผู้เริ่มต้นหรือไม่
เหมาะสม หากมีการดูแลอย่างใกล้ชิด นกหงส์หยกเป็นตัวเลือกที่ดีสำหรับผู้เลี้ยงนกครั้งแรกและเหมาะกับครอบครัว แม้ว่าเด็กเล็กควรได้รับการดูแลขณะจับนก เพราะนกตัวเล็กและบาดเจ็บง่าย
ควรเลี้ยงนกหงส์หยกตัวเดียวหรือสองตัวดี
นกหงส์หยกเป็นนกที่อยู่รวมกันเป็นฝูง นกตัวเดียวสามารถผูกพันกับผู้เลี้ยงที่เอาใจใส่ได้อย่างใกล้ชิด แต่หากคุณไม่อยู่บ้านเป็นส่วนใหญ่ของวัน การเลี้ยงสองตัวจะช่วยป้องกันความเหงาของนกได้
นกหงส์หยกพูดได้หรือไม่
หลายตัวเรียนรู้เลียนเสียงพูดและเสียงในบ้านได้ โดยตัวผู้มักพูดเก่งกว่า แม้ไม่ใช่ทุกตัวจะพูดได้