อินเดียนแฟนเทล
นกพิราบอินเดียนแฟนเทล (Indian Fantail) เป็นพันธุ์ประดับที่อ่อนโยน อวดหางแผ่บานอันงดงาม เท้ามีขน และกิริยาที่สงบเป็นมิตร
- Size
- ปานกลาง
- Lifespan
- 10–15 years
- Origin
- อินเดีย
- Temperament
- อ่อนโยน
- Standard colors
- ดำ ขาว และสีสวาด and 13 more
Characteristics
อินเดียนแฟนเทล colors and patterns
What each club's breed standard says about every อินเดียนแฟนเทล color and pattern. Point at a ruling to see the club's own wording.
Breed standards describe the อินเดียนแฟนเทล in ดำ ขาว สีสวาด ลาเวนเดอร์ เงิน น้ำตาล ดัน กากี สำริด แดง แดงเถ้า เหลือง ทอง ครีม คราม และสีน้ำนม. Standard patterns: สีพื้น กริซเซิล ลายประ สแปลช เช็คเกอร์ ทีเช็ค บาร์ ไร้บาร์ สเปรด ไพด์ อัลมอนด์ ลายโล่ และลายหางสี.
| Color or pattern | NPA | BDRG |
|---|---|---|
| ดำ | ตามมาตรฐาน (“Solid selfs: Black, dun, brown, khaki, and recessive red and yellow; Bodymark; Saddle; Tailmark; Ribbintail; Splash”) | ตามมาตรฐาน (“Schwarz; Kite; Weißschwänze Schwarz; Schwarz-gescheckt; Blau ohne Binden; Blau mit Binden; Blau-gehämmert; Blau-milky mit Binden; Vielfarbig”) |
| ขาว | ตามมาตรฐาน (“White; Grizzle; Almond; Bodymark; Saddle; Tailmark; Ribbintail; Splash”) | ตามมาตรฐาน (“Weiß; Schwarz-schwänzig; Rezessiv Rot-schwänzig; Rezessiv Gelb-schwänzig; Blau-schwänzig; Schwarz-schildig; Dun-schildig; Rezessiv Rot-schildig”) |
| สีสวาด | ตามมาตรฐาน (“Blue in: Barless, barred, check, T-pattern and spread in intense and dilute; Grizzle; Bodymark; Saddle; Tailmark; Ribbintail; Splash”) | ตามมาตรฐาน (“Blau ohne Binden; Blau mit Binden; Blau-gehämmert; Blau-milky mit Binden; Weißschwänze Blau ohne Binden; Blau-gescheckt ohne Binden”) |
| ลาเวนเดอร์ | ตามมาตรฐาน (“Lavender”) | No ruling |
| เงิน | ตามมาตรฐาน (“Blue in: Barless, barred, check, T-pattern and spread in intense and dilute”) | ตามมาตรฐาน (“Blaufahl ohne Binden; Blaufahl mit Binden; Blaufahl-gehämmert; Weißschwänze Blaufahl ohne Binden; Blaufahl-gescheckt ohne Binden”) |
| น้ำตาล | ตามมาตรฐาน (“Brown in: Barred, check, spread in intense and dilute; Solid selfs: Black, dun, brown, khaki, and recessive red and yellow”) | No ruling |
| ดัน | ตามมาตรฐาน (“Blue in: Barless, barred, check, T-pattern and spread in intense and dilute; Solid selfs: Black, dun, brown, khaki, and recessive red and yellow”) | ตามมาตรฐาน (“Dun; Golddun; Weißschwänze Dun; Dun-gescheckt; Blaufahl ohne Binden; Blaufahl mit Binden; Blaufahl-gehämmert”) |
| กากี | ตามมาตรฐาน (“Brown in: Barred, check, spread in intense and dilute; Solid selfs: Black, dun, brown, khaki, and recessive red and yellow”) | No ruling |
| สำริด | No ruling | ตามมาตรฐาน (“Kite; Golddun”) |
| แดง | ตามมาตรฐาน (“Recessive red; Bodymark; Saddle; Tailmark; Ribbintail; Splash”) | ตามมาตรฐาน (“Rezessiv Rot; DeRoy; Agate Rot; Spiegelschwänze Rot; Weißschwänze Rezessiv Rot; Rezessiv Rot-gescheckt; Rezessiv Rot-schwänzig; Rezessiv Rot-schildig”) |
| แดงเถ้า | ตามมาตรฐาน (“Ash red in: Barred and check, intense and dilute”) | No ruling |
| เหลือง | ตามมาตรฐาน (“Recessive yellow; Almond; Ash red in: Barred and check, intense and dilute; Bodymark; Saddle; Tailmark; Ribbintail”) | ตามมาตรฐาน (“Rezessiv Gelb; Vielfarbig; Agate Gelb; Spiegelschwänze Gelb; Weißschwänze Rezessiv Gelb; Rezessiv Gelb-gescheckt; DeRoy; Rezessiv Gelb-schwänzig”) |
| ทอง | ตามมาตรฐาน (“Gold”) | No ruling |
| ครีม | ตามมาตรฐาน (“Ash red in: Barred and check, intense and dilute”) | No ruling |
| คราม | ตามมาตรฐาน (“Indigo”) | No ruling |
| สีน้ำนม | No ruling | ตามมาตรฐาน (“Blau-milky mit Binden; Blau-milky-gescheckt mit Binden”) |
| Patterns | ||
| สีพื้น | ตามมาตรฐาน (“Recessive red; Recessive yellow; Solid selfs: Black, dun, brown, khaki, and recessive red and yellow; White”) | ตามมาตรฐาน (“Weiß; Schwarz; Dun; Rezessiv Rot; Rezessiv Gelb”) |
| กริซเซิล | ตามมาตรฐาน (“Grizzle”) | No ruling |
| ลายประ | ตามมาตรฐาน (“Tiger Grizzle”) | ตามมาตรฐาน (“Agate Rot; Agate Gelb”) |
| สแปลช | ตามมาตรฐาน (“Splash”) | No ruling |
| เช็คเกอร์ | ตามมาตรฐาน (“Blue in: Barless, barred, check, T-pattern and spread in intense and dilute; Brown in: Barred, check, spread in intense and dilute”) | ตามมาตรฐาน (“Blau-gehämmert; Blaufahl-gehämmert; Blau-gehämmert-schildig; Blaufahl-gehämmert-schildig; Blau-gehämmert-gescheckt; Blaufahl-gehämmert-gescheckt”) |
| ทีเช็ค | ตามมาตรฐาน (“Blue in: Barless, barred, check, T-pattern and spread in intense and dilute”) | No ruling |
| บาร์ | ตามมาตรฐาน (“Brown in: Barred, check, spread in intense and dilute; Ash red in: Barred and check, intense and dilute”) | ตามมาตรฐาน (“Blau mit Binden; Blaufahl mit Binden; Blau-milky mit Binden; Weißschwänze Blau mit Binden; Blau-gescheckt mit Binden”) |
| ไร้บาร์ | ตามมาตรฐาน (“Blue in: Barless, barred, check, T-pattern and spread in intense and dilute”) | ตามมาตรฐาน (“Blau ohne Binden; Blaufahl ohne Binden; Weißschwänze Blau ohne Binden; Blau-gescheckt ohne Binden”) |
| สเปรด | ตามมาตรฐาน (“Lavender; Blue in: Barless, barred, check, T-pattern and spread in intense and dilute; Brown in: Barred, check, spread in intense and dilute”) | No ruling |
| ไพด์ | ตามมาตรฐาน (“Bodymark; Saddle; Tailmark; Ribbintail”) | ตามมาตรฐาน (“Spiegelschwänze Rot; Weißschwänze Rezessiv Rot; Rezessiv Rot-gescheckt; Spiegelschwänze Gelb; Weißschwänze Rezessiv Gelb; Rezessiv Gelb-gescheckt”) |
| อัลมอนด์ | ตามมาตรฐาน (“Almond”) | ตามมาตรฐาน (“Vielfarbig; DeRoy”) |
| ลายโล่ | ตามมาตรฐาน (“Bodymark; Saddle; Tailmark; Ribbintail”) | ตามมาตรฐาน (“Schwarz-schildig; Dun-schildig; Rezessiv Rot-schildig; Rezessiv Gelb-schildig; Blau-schildig ohne Binden; Blau-schildig mit Binden”) |
| ลายหางสี | ตามมาตรฐาน (“Bodymark; Saddle; Tailmark; Ribbintail”) | ตามมาตรฐาน (“Schwarz-schwänzig; Rezessiv Rot-schwänzig; Rezessiv Gelb-schwänzig; Blau-schwänzig”) |
| Color or pattern | NPA |
|---|---|
| ตาสองสี | ตัดสิทธิ์ (“Eyes not of the same color, cracks or splits”) |
| Color or pattern | NPA |
|---|---|
| ดำ | ตามมาตรฐาน (“Darker birds, dark beak; lighter, light beak.”) |
| เขาสัตว์ | ตามมาตรฐาน (“Darker birds, dark beak; lighter, light beak.”) |
| ชมพู | ตามมาตรฐาน (“Darker birds, dark beak; lighter, light beak.”) |
| Color or pattern |
|---|
| แดง |
What the rulings mean
- ตามมาตรฐาน
- Described by the club's breed standard.
- ตัดสิทธิ์
- The club's breed standard disqualifies an animal of this color or pattern.
Color changes
How a อินเดียนแฟนเทล's colors can change over its life.
อัลมอนด์changes toดำ
ขนนก · ค่อยเป็นค่อยไป
แดงchanges toสีสวาด
ขนนก · ตามอายุ
Sources
Each ruling comes from the club's published breed standard or color list.
รู้จักนกพิราบพัดอินเดีย
นกพิราบพัดอินเดียเป็นพิราบประดับขนาดกลางจากอินเดีย มีหางแผ่กว้างคล้ายพัด ขนที่เท้าเป็นพุ่ม และนิสัยเรียบร้อยเป็นมิตร
นกพิราบพัดอินเดียจัดเป็นพิราบสวยงามขนาดกลางที่เลี้ยงไว้เพื่อความสวยงามและประกวดเป็นหลัก จุดเด่นที่สุดคือหางตั้งกว้างซึ่งแผ่ออกเป็นรูปพัดด้านหลังตัว มีขนหางได้ถึง 30 เส้นขึ้นไป ต่างจากพิราบทั่วไปที่มีขนหางเพียง 12 ถึง 14 เส้น หางจะตั้งขึ้นในแนวดิ่งขณะที่หัวเอียงไปด้านหลังจนเกือบชนหาง ทำให้รูปทรงของตัวนกโค้งมนคล้ายนกยูงรำแพน
นอกจากหางแล้ว สายพันธุ์นี้มีลำตัวหนาแน่น มีหงอนขนชัดเจนที่ท้ายทอย และขาพร้อมนิ้วเท้าปกคลุมด้วยขนหนา ตัวเต็มวัยหนักโดยทั่วไปอยู่ระหว่าง 300 ถึง 450 กรัม การมีหงอน ขนพุ่มที่เท้า และหางแผ่เต็มรูปพร้อมกันนี้เองที่แยกนกพิราบพัดอินเดียออกจากนกพิราบพัดอเมริกันซึ่งตัวเล็กกว่าและขาเรียบไม่มีขน
อุปนิสัยถือเป็นจุดเด่นสำคัญอีกอย่างของสายพันธุ์นี้ นกพิราบพัดอินเดียมีนิสัยอ่อนโยน เชื่อง และทนต่อการจับต้อง จึงเป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับผู้เริ่มเลี้ยงและกรงรวมที่มีเด็กอยู่ด้วย
| คุณลักษณะ | รายละเอียด |
|---|---|
| ถิ่นกำเนิด | อินเดีย |
| ขนาด | กลาง (300 ถึง 450 กรัม) |
| อายุขัย | 10 ถึง 15 ปี |
| กลุ่ม/บทบาท | พิราบประดับและพิราบประกวด |
| เข้ากันได้ดีกับ | ผู้เริ่มเลี้ยง ครอบครัว กรงรวมหลายสายพันธุ์ |
เหมาะกับใคร
สายพันธุ์นี้เหมาะกับผู้เลี้ยงที่อยากได้นกรูปร่างโดดเด่นแต่ดูแลไม่ยาก นิสัยใจเย็นของมันเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มเลี้ยงพิราบ และความทนต่อนกตัวอื่นทำให้เลี้ยงรวมกรงได้สบาย ขนที่เท้าต้องการพื้นกรงที่สะอาดและแห้งอยู่เสมอ จึงเหมาะกับผู้เลี้ยงที่พร้อมเปลี่ยนวัสดุรองพื้นและดูแลจุดทำรังให้เรียบร้อย
ประวัติและถิ่นกำเนิด
นกพิราบพัดอินเดียมีต้นตอจากพิราบพัดพันธุ์เก่าของอินเดีย ก่อนผู้เพาะพันธุ์ในยุโรปและอเมริกาจะปรับปรุงจนได้หงอน ขนเท้า และหางแผ่แบบที่เลี้ยงกันทุกวันนี้
พิราบพัดมีประวัติยาวนานในเอเชียใต้ ที่ซึ่งผู้คนเลี้ยงนกหางตั้งแผ่กว้างไว้เพื่อความสวยงามมาตั้งแต่ก่อนจะมีการกำหนดสายพันธุ์มาตรฐานเสียอีก นกพิราบพัดอินเดียสืบเชื้อสายมาจากนกกลุ่มนี้ และถือเป็นหนึ่งในพิราบพัดสายเก่าแก่ที่สุด
สายพันธุ์นี้เป็นที่รู้จักกว้างขวางขึ้นเมื่อมีการส่งนกจากอินเดียไปยังยุโรปและอเมริกาเหนือ ผู้เพาะพันธุ์ในดินแดนเหล่านั้นคัดเลือกนกที่มีหางแผ่เต็มขึ้น หงอนชัดเจนขึ้น และขาที่มีขนหนาขึ้น จนได้รูปลักษณ์เฉพาะตัวที่แยกนกพิราบพัดอินเดียออกจากพิราบพัดอังกฤษและอเมริกันซึ่งตัวผอมกว่าและขาเรียบ
ในช่วงศตวรรษที่ 20 ชมรมผู้เลี้ยงนกพิราบรับสายพันธุ์นี้ไปเลี้ยงและนำออกประกวดตามงานแสดงนก ซึ่งเป็นจุดกำเนิดของมาตรฐานสายพันธุ์ที่กำหนดท่าทางการตั้งหาง รูปหงอน และขนเท้าที่ถูกต้อง มาตรฐานเหล่านี้ยังคงใช้ตัดสินและเป็นแนวทางเพาะพันธุ์อยู่จนถึงปัจจุบัน
ทุกวันนี้นกพิราบพัดอินเดียถูกเลี้ยงทั่วโลกทั้งเพื่อการประกวดและเป็นสัตว์เลี้ยง คุณสมบัติที่ทำให้คนสนใจตั้งแต่แรกอย่างหางแผ่ขนาดใหญ่ ท่ายืนตั้งตรง และนิสัยสงบเสงี่ยม ก็ยังเป็นเสน่ห์หลักของมันอยู่เช่นเดิม
ลักษณะรูปร่าง
นกพิราบพัดอินเดียมีรูปร่างกลมป้อมขนาดกลาง หางแผ่ตั้งขนาดใหญ่มีขนตั้งแต่ 30 เส้นขึ้นไป มีหงอนที่หัวและขนที่เท้า มีให้เลือกหลายสี
นกพิราบพัดอินเดียมีลำตัวกลมป้อมกะทัดรัด ยืนบนขาสั้นที่ปกคลุมด้วยขน จุดเด่นที่สุดคือหางซึ่งแผ่ออกเป็นพัดตั้งกว้าง มักมีขน 30 ถึง 40 เส้น และตั้งขึ้นตรงจนเส้นโครงร่างของตัวนกโค้งต่อเนื่องจากอกไปถึงหาง หัวเอนไปด้านหลังเข้าใกล้หาง และมีหงอนรูปเปลือกหอยพาดอยู่ท้ายทอย หน้าอกเต็มและยื่นไปข้างหน้า ยิ่งเสริมให้ท่ายืนดูตั้งตรงสง่า
| ลักษณะ | มาตรฐาน |
|---|---|
| ความสูง | ประมาณ 25 ถึง 30 เซนติเมตรเมื่อยืนท่าประกวด |
| น้ำหนัก | 300 ถึง 450 กรัม |
| ขน | ขนลำตัวเรียบ มีหงอนที่หัวและขนพุ่มที่เท้า |
| สี | ขาว ดำ ฟ้า เงิน แดง เหลือง และลายด่าง |
| ดวงตา | สีเข้มถึงสีส้มขึ้นอยู่กับสีขน |
ขนและสีสัน
ขนลำตัวเรียบและแนบชิด ส่วนขาและเท้ามีขนพุ่มยาว สีขาวเป็นสีที่พบมากที่สุดและจำง่ายที่สุด แต่สายพันธุ์นี้ก็มีสีดำล้วน ฟ้า เงิน สีน้ำตาลอมเทา แดง และเหลืองด้วยเช่นกัน รวมถึงลายด่างและลายขอบขน สีตาและสีปากจะเปลี่ยนไปตามสีขน โดยนกสีขาวมักมีตาสีเข้ม
อุปนิสัย
นกพิราบพัดอินเดียเป็นนกที่อ่อนโยน ใจเย็น เชื่อง ทนต่อการจับต้องได้ดี และอยู่ร่วมกับพิราบตัวอื่นได้อย่างสงบ
นกพิราบพัดอินเดียนับเป็นหนึ่งในพิราบที่ใจเย็นที่สุดสายพันธุ์หนึ่ง นกมักเป็นมิตรกับผู้เลี้ยงและปรับตัวเข้ากับการจับต้องได้เร็ว ทำให้การดูแลประจำวันและการเตรียมประกวดทำได้ไม่ยาก พวกมันไม่ใช่นักบินที่แข็งแรง ชอบเดินและอวดโฉมมากกว่าบินไกล จึงมักอยู่ใกล้เล้าเสมอ
กับสมาชิกในครอบครัวผู้เลี้ยง นกสายพันธุ์นี้อ่อนโยนและเข้าหาง่าย หลายตัวเชื่องพอที่จะเกาะมือคนได้ ส่วนกับคนแปลกหน้ามักระแวดระวังในช่วงแรกแต่ไม่ก้าวร้าว เมื่ออยู่ในกรงรวมกับพิราบสายพันธุ์อื่น พวกมันอยู่ร่วมกันได้ดีและแทบไม่ก่อเรื่องทะเลาะ แม้ว่าหางขนาดใหญ่อาจเสียหายได้หากอยู่ในที่แออัดหรือปะปนกับนกที่ซุกซนเกินไป
เสียงร้องเป็นเสียงครางแผ่วเบาซ้ำ ๆ ตามแบบพิราบทั่วไป ซึ่งผู้เลี้ยงส่วนใหญ่มองว่าเงียบและอยู่ใกล้ ๆ ได้สบาย
| ลักษณะนิสัย | คะแนน |
|---|---|
| ความผูกพัน | 4 |
| พลังงาน | 2 |
| ความง่ายในการฝึก | 3 |
| ความช่างส่งเสียง | 2 |
| การผลัดขน | 3 |
การดูแล
นกพิราบพัดอินเดียต้องการเล้าที่สะอาดแห้ง พื้นที่ออกกำลังกายเบา ๆ และการดูแลขนที่เท้าและหางขนาดใหญ่อย่างสม่ำเสมอ
การดูแลขนและความสะอาด
- ตรวจขนพุ่มที่เท้าบ่อย ๆ และรักษาวัสดุรองพื้นให้แห้งอยู่เสมอ เพื่อไม่ให้สิ่งสกปรกและมูลนกจับตัวเป็นก้อนบนขนเท้า
- ตัดเล็บที่ยาวเกินไปและทำความสะอาดปากให้เรียบร้อย
- ตรวจหางที่แผ่เป็นพัดว่ามีขนหักหรือเปื้อนสกปรกหรือไม่ โดยเฉพาะก่อนวันประกวด
- จัดอ่างอาบน้ำตื้น ๆ ให้สัปดาห์ละสองถึงสามครั้งเพื่อให้นกทำความสะอาดขนของตัวเอง
การออกกำลังกาย
- ปล่อยให้นกได้เดินและยืดปีกในกรงบินหรือเล้าที่ปลอดภัยทุกวัน
- หลีกเลี่ยงการบังคับให้บินไกล เพราะสายพันธุ์นี้ถูกพัฒนามาเพื่อความสวยงามมากกว่าความอึด
- จัดคอนเกาะสูงระดับต่ำถึงปานกลาง เพื่อให้นกที่มีหางเต็มลงเกาะและทรงตัวได้อย่างปลอดภัย
สภาพแวดล้อม
สายพันธุ์นี้อยู่ได้ดีที่สุดในเล้าที่แห้ง ไม่มีลมโกรก และพื้นสะอาด เนื่องจากเท้ามีขนปกคลุม พื้นที่ชื้นแฉะหรือเป็นโคลนจะทำให้เกิดคราบสกปรกและปัญหาผิวหนังตามมา กล่องรังที่กว้างและคอนเกาะที่มีที่ว่างเพียงพอช่วยป้องกันหางไม่ให้หักเสียหาย
โภชนาการ
นกพิราบพัดอินเดียกินดีเมื่อได้รับอาหารเมล็ดพืชสูตรพิราบที่สมดุล พร้อมกรวดหินและน้ำสะอาด ในปริมาณที่จำกัดต่อวัน
อาหารหลักของนกคือเมล็ดพืชและธัญพืชสูตรสำหรับพิราบ ซึ่งโดยทั่วไปประกอบด้วยข้าวโพด ข้าวสาลี ข้าวฟ่าง ถั่วลันเตา และเมล็ดพืชขนาดเล็กอื่น ๆ ที่ให้พลังงานและโปรตีนร่วมกัน เนื่องจากสายพันธุ์นี้ไม่ใช่นักบินที่ใช้พลังงานมาก จึงควรควบคุมปริมาณอาหารไม่ให้นกอ้วนเกินไป นกต้องเข้าถึงน้ำสะอาดและกรวดหินได้ตลอดเวลา เพราะกรวดช่วยบดอาหารในกึ๋นและยังเป็นแหล่งแร่ธาตุด้วย
| ช่วงวัย | ปริมาณต่อวัน | จำนวนมื้อ |
|---|---|---|
| ตัวเต็มวัย | ประมาณ 30 ถึง 35 กรัมของเมล็ดพืชผสม | 1 ถึง 2 มื้อ |
| คู่ผสมพันธุ์ | สูงสุด 45 กรัม บวกโปรตีนเสริม | 2 มื้อ |
| ลูกนก (พ่อแม่ป้อน) | ได้รับนมพิราบจากพ่อแม่ก่อน แล้วตามด้วยเมล็ดพืชช่วงหย่านม | ตามที่พ่อแม่ป้อนให้ |
ของว่างและอาหารเสริม
ผักใบเขียวปริมาณน้อย เช่น ผักกาดหอมหรือผักโขม สามารถให้เป็นครั้งคราวได้ อาหารเสริมแร่ธาตุและวิตามินสำหรับพิราบ ร่วมกับแหล่งแคลเซียมและกรวดหิน ช่วยเสริมความแข็งแรงของกระดูกและคุณภาพเปลือกไข่ในนกที่ใช้ผสมพันธุ์ ควรจำกัดของว่างให้น้อย เพื่อให้เมล็ดพืชผสมยังคงเป็นอาหารหลักของนก
สุขภาพ
นกพิราบพัดอินเดียแข็งแรงโดยทั่วไปและมีอายุขัย 10 ถึง 15 ปี ปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับเท้า ปรสิต และโรคติดเชื้อทั่วไปของพิราบ
นกพิราบพัดอินเดียเป็นสายพันธุ์ที่แข็งแรงทนทาน มีอายุขัยทั่วไปอยู่ที่ 10 ถึง 15 ปีเมื่อได้รับการดูแลอย่างดี ปัญหาส่วนใหญ่ป้องกันได้และมักเกี่ยวข้องกับความสะอาด ปรสิต หรือขนที่เท้า มากกว่าจะเป็นความอ่อนแอทางพันธุกรรม การหมั่นสังเกตมูล ความอยากอาหาร และสภาพหางจะช่วยให้รู้ทันอาการป่วยตั้งแต่เนิ่น ๆ
| ภาวะ | อาการ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ขนเท้าสกปรกและฝีที่ฝ่าเท้า | ขนพุ่มจับตัวเป็นก้อน บวม เดินกะเผลก | เกี่ยวข้องกับพื้นที่เปียกหรือสกปรก |
| โรคแคงเกอร์ (ทริโคโมนิเอสิส) | มีตุ่มสีเหลืองในปาก กินอาหารได้น้อยลง | พบบ่อยในพิราบ รักษาได้หากพบเร็ว |
| ปรสิตภายนอก | คัน ขนเสียหาย มีเหาหรือไร | ดูแลด้วยการทำความสะอาดและรักษาสม่ำเสมอ |
| โรคทางเดินหายใจ | มีน้ำมูก หายใจลำบาก | มักเกิดตามหลังเล้าที่ชื้นหรือมีลมโกรก |
การป้องกันโรค
- รักษาเล้าให้แห้ง สะอาด และมีอากาศถ่ายเทดี
- จัดกรวดหิน แร่ธาตุ และน้ำสะอาดให้พร้อมตลอดเวลา
- ถ่ายพยาธิและกำจัดปรสิตภายนอกตามรอบที่กำหนด
- กักโรคนกใหม่ก่อนนำเข้าเล้ารวม
- ตรวจเท้าและขนหางทุกสัปดาห์
การฝึกและการจับต้อง
นกพิราบพัดอินเดียใจเย็นและเชื่องง่าย ตอบสนองดีต่อการจับต้องอย่างนุ่มนวลสม่ำเสมอและรางวัลเป็นอาหาร
นิสัยสงบเสงี่ยมของสายพันธุ์นี้ทำให้เป็นหนึ่งในพิราบที่จับต้องและฝึกให้เชื่องได้ง่ายที่สุด เนื่องจากไม่นิยมใช้บินแข่งขัน การฝึกจึงเน้นที่การจับต้องอย่างใจเย็น การเตรียมสภาพก่อนประกวด และการทำให้นกคุ้นเคยกับคนและกรงประกวด การสัมผัสอย่างนุ่มนวลและบ่อยครั้งตั้งแต่ยังเล็กจะได้นกที่เกาะมือคนและยืนนิ่งขณะกรรมการตัดสิน
ขั้นตอนพื้นฐาน
- จับนกวัยเยาว์บ่อย ๆ ให้คุ้นกับการถูกอุ้มและจับ
- ป้อนเมล็ดพืชที่นกชอบด้วยมือเพื่อสร้างความไว้ใจ
- ฝึกในกรงประกวดครั้งละสั้น ๆ ให้นกยืนและอวดโฉมได้อย่างสงบ
- ให้รางวัลเมื่อนกอยู่นิ่ง และจบการฝึกก่อนที่นกจะเหนื่อยล้า
- ฝึกให้เวลาและรูปแบบสม่ำเสมอทุกครั้ง
ที่อยู่อาศัยและเล้า
นกพิราบพัดอินเดียต้องการเล้าที่แห้ง กันสัตว์นักล่าได้ มีคอนเกาะต่ำ กล่องรังกว้าง และพื้นสะอาดเพื่อปกป้องขนที่เท้าและหาง
นกพิราบพัดอินเดียเลี้ยงในเล้าหรือกรงที่แห้งอยู่เสมอและไม่มีลมโกรก เนื่องจากนกบินได้ไม่เก่งและมีหางขนาดใหญ่ ที่พักจึงควรเน้นคอนเกาะระดับต่ำและพื้นที่ลงจอดโล่งมากกว่าความสูง พื้นเล้าที่สะอาดและแห้งเป็นสิ่งจำเป็นต่อการรักษาขนเท้าให้แข็งแรง และตัวเล้าต้องมั่นคงปลอดภัยจากแมว หนู และนกล่าเหยื่อ
| ปัจจัย | คำแนะนำ |
|---|---|
| พื้นที่ต่อคู่ | อย่างน้อย 0.5 ถึง 1 ตารางเมตรของพื้นเล้า |
| คอนเกาะ | คอนกว้างและอยู่ในระดับต่ำเพื่อปกป้องหาง |
| กล่องรัง | กล่องกว้างขวาง หนึ่งใบต่อหนึ่งคู่ผสมพันธุ์ |
| พื้น | วัสดุรองพื้นแห้งและเปลี่ยนอย่างสม่ำเสมอ |
| การระบายอากาศ | อากาศถ่ายเทดีโดยไม่มีลมโกรกโดยตรง |
| ความปลอดภัย | ตาข่ายลวดและประตูที่แข็งแรงกันสัตว์นักล่า |
รายการตรวจก่อนจัดเล้า
- ที่พักแห้ง ไม่มีลมโกรก และหลังคาแน่นหนา
- คอนเกาะต่ำและแผ่นลงจอดกว้าง
- กล่องรังหนึ่งใบต่อหนึ่งคู่
- ภาชนะใส่น้ำสะอาดและกรวดหิน
- ตาข่ายและกลอนกันสัตว์นักล่า
- พื้นทำความสะอาดง่ายพร้อมวัสดุรองพื้นใหม่
การผสมพันธุ์และการฟักไข่
คู่นกพิราบพัดอินเดียวางไข่สองฟองที่พ่อแม่ทั้งคู่ผลัดกันฟักประมาณ 17 ถึง 19 วัน ลูกนกกินนมพิราบและออกจากรังได้ในราวสี่ถึงห้าสัปดาห์
นกพิราบพัดอินเดียผสมพันธุ์แบบเดียวกับพิราบเลี้ยงชนิดอื่น คู่ที่จับคู่กันแล้วมักวางไข่สีขาวครั้งละสองฟองห่างกันไม่กี่วัน ทั้งตัวผู้และตัวเมียผลัดกันฟักไข่ ผลัดกันนั่งบนรังเพื่อให้ไข่อบอุ่นอยู่เสมอ เนื่องจากพ่อแม่นกทำหน้าที่หลักเกือบทั้งหมด ผู้เลี้ยงจึงเพียงจัดกล่องรังที่สะอาด ความอบอุ่นสม่ำเสมอ และโภชนาการที่ดีให้พร้อม ผู้เพาะพันธุ์สายประกวดบางรายใช้พิราบตัวอื่นเลี้ยงลูกแทน เพื่อรักษาหางและสภาพขนของนกที่เตรียมประกวดไว้
| ปัจจัย | ค่า |
|---|---|
| อุณหภูมิ | รักษาโดยพ่อแม่ทั้งคู่ขณะฟักบนรัง |
| ความชื้น | เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ ควรกันเล้าไม่ให้แห้งหรือชื้นเกินไป |
| จำนวนวัน | ประมาณ 17 ถึง 19 วัน |
| การพลิกไข่ | พ่อแม่นกทำเองระหว่างฟัก |
ขั้นตอนการฟักไข่
- จัดกล่องรังที่สะอาดกว้างขวางพร้อมวัสดุรองรัง
- ปล่อยให้พ่อแม่ทั้งคู่ผลัดกันฟักไข่โดยไม่รบกวน
- ตรวจไข่เบา ๆ ราววันที่ 17 เพื่อดูสัญญาณใกล้ฟัก
- ดูแลให้พ่อแม่ได้รับอาหารโปรตีนสูงเพียงพอสำหรับผลิตนมพิราบ
- รักษารังให้แห้งและอบอุ่นขณะลูกนกเติบโต
- ปล่อยให้ลูกนกออกจากรังในราวสี่ถึงห้าสัปดาห์ก่อนหย่านม
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับนกพิราบพัดอินเดียครอบคลุมเรื่องขนาด อุปนิสัย การดูแล อายุขัย ความเหมาะสม และแหล่งหา
นกพิราบพัดอินเดียตัวใหญ่แค่ไหน
เป็นพิราบขนาดกลาง มักหนักประมาณ 300 ถึง 450 กรัม และสูงราว 25 ถึง 30 เซนติเมตรเมื่อยืนท่าประกวดแบบตั้งตรง
นิสัยของนกพิราบพัดอินเดียเป็นอย่างไร
เป็นมิตร อ่อนโยน ใจเย็น และเชื่อง ทนต่อการจับต้องได้ดีและอยู่ร่วมกับพิราบตัวอื่นได้อย่างสงบ
นกพิราบพัดอินเดียเลี้ยงยากหรือไม่
ดูแลไม่ยากมาก งานหลักที่เพิ่มขึ้นมาคือการรักษาขนที่เท้าให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอ ซึ่งหมายถึงการเปลี่ยนวัสดุรองพื้นเป็นประจำและดูแลเล้าให้เป็นระเบียบ
นกพิราบพัดอินเดียมีอายุขัยเท่าไร
หากได้รับที่อยู่อาศัยและอาหารที่ดี สายพันธุ์นี้มักมีชีวิตอยู่ได้ 10 ถึง 15 ปี
นกพิราบพัดอินเดียเหมาะกับผู้เริ่มเลี้ยงหรือไม่
เหมาะ นิสัยใจเย็นและทนต่อการจับต้องทำให้เป็นพิราบตัวแรกยอดนิยมสำหรับผู้เริ่มเลี้ยง และยังเหมาะกับครอบครัวด้วย
นกพิราบพัดอินเดียบินเก่งหรือไม่
บินได้ไม่เก่ง หางขนาดใหญ่และลำตัวหนาแน่นเหมาะกับการอวดโฉมและเดินมากกว่าบินไกล จึงมักอยู่ใกล้เล้า
จะหานกพิราบพัดอินเดียได้จากที่ไหน
มีเลี้ยงกันแพร่หลายทั่วโลก และมักหาซื้อได้ผ่านชมรมผู้เลี้ยงนกพิราบ ผู้เพาะพันธุ์ และงานประกวดนก