United Pet Club
หนูตะเภา

หิมาลัย

หนูตะเภาฮิมาลายัน (Himalayan guinea pig) เป็นหนูตะเภาสีพอยต์ที่สะดุดตา มีลำตัวสีขาวพร้อมหู จมูก และเท้าสีเข้ม ขึ้นชื่อเรื่องอุปนิสัยสงบและอ่อนโยน

Size
ปานกลาง
Lifespan
5–7 years
Origin
เปรู
Temperament
อ่อนโยน
Standard colors
ดำ ขาว และช็อกโกแลต
Key Traits
อ่อนโยนสงบเสงี่ยมเป็นมิตรขี้อ้อน

Characteristics

Energy Level3
Trainability5
Good With Kids3
Good With Pets3
Grooming Needs5

Coat and grooming

How the หิมาลัย coat is built, and what that means when you groom it.

ชั้นของขน
ขนสองชั้น
เนื้อสัมผัสของขน
เรียบ
ความยาวขน
สั้น
การผลัดขน
ผลัดขนปานกลาง

Grooming guidance

  • ร้ายแรง: A หิมาลัย should not be shaved.

    ขนชั้นในกันความร้อนได้ดีพอ ๆ กับกันความหนาว ส่วนขนชั้นนอกปกป้องผิวหนังจากแดดและแมลงกัด การโกนขนทั้งชุดทิ้งเอาทั้งสองอย่างไป ขนมักงอกกลับมาเป็นหย่อม นุ่มลง หรือเปลี่ยนสี และในสัตว์บางตัวขนชั้นนอกไม่กลับมาเหมือนเดิมอีกเลย ให้แปรงขนชั้นในออกแทนการตัดทิ้ง

  • ข้อควรระวัง: A หิมาลัย should only be clipped by someone experienced with the species.

    ผิวหนังตรงนี้บางพอที่จะฉีกขาดใต้ใบมีดปัตตาเลี่ยน และสัตว์อาจตื่นตกใจเมื่อถูกจับให้อยู่นิ่ง การตัดขนหรือแกะปมควรปล่อยให้สัตวแพทย์หรือช่างที่ทำงานกับสัตว์ชนิดนี้เป็นประจำเป็นผู้ทำ

หิมาลัย colors and patterns

What each club's breed standard says about every หิมาลัย color and pattern. Point at a ruling to see the club's own wording.

Breed standards describe the หิมาลัย in ดำ ขาว และช็อกโกแลต. Standard patterns: พอยต์.

ขน: rulings by club
Color or patternBCC
ดำตามมาตรฐาน (“Black”)
ขาวตามมาตรฐาน (“White body”)
ช็อกโกแลตตามมาตรฐาน (“Chocolate”)
Patterns
พอยต์ตามมาตรฐาน (“Himalayan”)
ตา: rulings by club
Color or patternBCC
ชมพูแดงตามมาตรฐาน (“Bright red”)

ช็อกโกแลต

ขน: rulings by club
Color or pattern
ขาว
ช็อกโกแลต
Patterns
พอยต์
ตา: rulings by club
Color or pattern
ชมพูแดง

ดำ

ขน: rulings by club
Color or pattern
ดำ
ขาว
Patterns
พอยต์
ตา: rulings by club
Color or pattern
ชมพูแดง

What the rulings mean

ตามมาตรฐาน
Described by the club's breed standard.

Color changes

How a หิมาลัย's colors can change over its life.

  • ขาวchanges toพอยต์

    ขน · ตามอายุ

  • ขาวchanges toพอยต์

    ขน · ตามอายุ

Sources

Each ruling comes from the club's published breed standard or color list.

เกี่ยวกับหนูตะเภาพันธุ์หิมาลายัน

หนูตะเภาหิมาลายันเป็นสัตว์ขนาดกลาง ขนสีขาว มีจุดสีเข้มที่หู จมูก และเท้า นิสัยสงบและขี้อ้อน เหมาะกับผู้เลี้ยงที่ใส่ใจรายละเอียด

หนูตะเภาหิมาลายันเป็นสายพันธุ์ขนสั้นที่จำแนกได้ง่ายจากลวดลายขนแบบมีจุด ลำตัวเป็นสีขาวล้วน ส่วนหู จมูก และเท้ามีสีเข้มเป็นสีดำหรือสีช็อกโกแลต ลักษณะนี้คล้ายกับสีขนของกระต่ายหิมาลายันและแมวพันธุ์ปอยท์ ซึ่งเป็นที่มาของชื่อสายพันธุ์

หนูตะเภาโตเต็มวัยมักหนักราว 700 ถึง 1,200 กรัม และยาวประมาณ 20 ถึง 25 เซนติเมตร จุดสีเข้มเหล่านี้ไวต่ออุณหภูมิ คือจะเข้มขึ้นเมื่ออากาศเย็น และจางลงได้หากเลี้ยงในที่อบอุ่น ด้วยเหตุนี้สภาพอากาศจึงมีผลต่อความชัดของลวดลาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ผู้เลี้ยงในเมืองไทยควรทราบ เพราะอากาศร้อนชื้นตลอดปีอาจทำให้จุดสีดูจางกว่าที่ควร

สายพันธุ์นี้ขึ้นชื่อเรื่องนิสัยอ่อนโยนและอารมณ์นิ่ง หิมาลายันมักทนต่อการอุ้มจับได้ดีและคุ้นเคยกับคนเลี้ยงเร็วเมื่อได้สัมผัสอย่างสม่ำเสมอ จึงเป็นตัวเลือกที่หลายครอบครัวเลือกเลี้ยงเมื่อต้องการสัตว์เล็กที่เข้าสังคมง่าย

ข้อมูลโดยสรุป
คุณลักษณะรายละเอียด
ถิ่นกำเนิดเปรู
ขนาดกลาง (700 ถึง 1,200 กรัม)
อายุขัย5 ถึง 7 ปี
บทบาทหนูตะเภาสัตว์เลี้ยงคู่ใจ
เข้ากันได้ดีกับหนูตะเภาตัวอื่น ผู้เลี้ยงที่อุ้มจับเบามือ ครอบครัวที่ดูแลอย่างใกล้ชิด

เหมาะกับใคร

หิมาลายันเหมาะกับผู้เลี้ยงที่ให้เวลาดูแลได้ทุกวันและพร้อมเลี้ยงคู่กับหนูตะเภาตัวอื่นอย่างน้อยหนึ่งตัว เพราะหนูตะเภาเป็นสัตว์สังคมและอยู่ตัวเดียวได้ไม่ดี นิสัยที่สงบของมันเหมาะกับผู้เริ่มเลี้ยงมือใหม่ และเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กโตพอจะอุ้มจับสัตว์ตัวเล็กด้วยความระมัดระวัง ขนสีขาวของมันเห็นคราบสกปรกได้ง่าย และจุดสีก็ไวต่ออุณหภูมิ จึงเหมาะกับผู้เลี้ยงที่ยินดีดูแลพื้นที่เลี้ยงให้สะอาดและอุณหภูมิคงที่

ประวัติและถิ่นกำเนิด

เช่นเดียวกับหนูตะเภาบ้านทุกสายพันธุ์ หิมาลายันมีต้นตอจากเปรูและเทือกเขาแอนดีส ส่วนลวดลายจุดสีเข้มเกิดขึ้นภายหลังจากการคัดสายพันธุ์

หนูตะเภาบ้านสืบเชื้อสายมาจากหนูตะเภาป่าแถบเทือกเขาแอนดีสในอเมริกาใต้ ครอบคลุมพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือเปรู โบลิเวีย เอกวาดอร์ และโคลอมเบีย ชนพื้นเมืองแถบแอนดีสเลี้ยงหนูตะเภาไว้เป็นอาหารและใช้ในพิธีกรรมมานานหลายพันปีก่อนชาวยุโรปจะเดินทางมาถึง ประวัติการเลี้ยงที่ยาวนานนี้เป็นรากฐานของหนูตะเภาสายพันธุ์ต่าง ๆ ในปัจจุบัน รวมถึงหิมาลายันด้วย

พ่อค้าชาวยุโรปนำหนูตะเภาข้ามมหาสมุทรแอตแลนติกกลับไปในศตวรรษที่ 16 จากนั้นสัตว์ชนิดนี้จึงแพร่หลายไปทั่วยุโรปในฐานะสัตว์แปลกและสัตว์เลี้ยง การคัดสายพันธุ์ในกรงเลี้ยงตลอดหลายศตวรรษต่อมาทำให้เกิดขนหลายแบบและหลายสีอย่างที่เห็นในปัจจุบัน

ลวดลายจุดสีเข้มที่เป็นเอกลักษณ์ของหิมาลายันเกิดจากเม็ดสีชนิดที่ไวต่ออุณหภูมิ กลไกทางพันธุกรรมแบบเดียวกันนี้พบได้ในกระต่ายหิมาลายันและแมวสายพันธุ์ปอยท์ ซึ่งส่วนปลายร่างกายที่เย็นกว่าจะมีสีเข้ม ขณะที่ส่วนที่อุ่นกว่ายังคงสีอ่อน ผู้เพาะพันธุ์พยายามทำให้ลวดลายนี้คงที่ในหนูตะเภาและปรับมาตรฐานความต่างระหว่างลำตัวสีขาวกับจุดสีเข้ม

หิมาลายันได้รับการยอมรับในวงการประกวดหนูตะเภาว่าเป็นสีสายพันธุ์เฉพาะตัว เนื่องจากจุดสีขึ้นอยู่กับอุณหภูมิ ผู้เพาะพันธุ์และผู้นำเข้าประกวดจึงต้องใส่ใจสภาพที่เลี้ยงเป็นพิเศษ เพราะความอบอุ่นในช่วงที่สัตว์ยังเล็กอาจทำให้ลวดลายจางกว่าปกติ

ลักษณะภายนอกและเส้นขน

หิมาลายันมีขนเรียบสีขาว มีจุดสีเข้มที่หู จมูก และเท้า ดวงตาสีแดงหรือสีทับทิม

หิมาลายันเป็นหนูตะเภาขนสั้นเรียบ รูปร่างกะทัดรัดขนาดกลาง จุดเด่นคือความต่างระหว่างลำตัวสีขาวสะอาดกับจุดสีเข้มที่หู จมูก (เรียกว่า smut) และเท้า จุดสีมีสองสีที่ได้รับการยอมรับคือสีดำและสีช็อกโกแลต ดวงตาเป็นสีชมพูหรือสีแดงทับทิม ซึ่งเป็นลักษณะที่มาพร้อมกับลวดลายจุดสีเข้มนี้เสมอ

มาตรฐานสายพันธุ์โดยสังเขป
ลักษณะรายละเอียด
ความยาว20 ถึง 25 เซนติเมตร
น้ำหนัก700 ถึง 1,200 กรัม
ขนสั้น เรียบ หนาแน่น
สีลำตัวขาวพร้อมจุดสีดำหรือสีช็อกโกแลต
ดวงตาสีชมพูถึงสีแดงทับทิม

ขนและสีสัน

ขนที่เป็นมาตรฐานคือสีขาวล้วนทั่วทั้งตัวโดยไม่มีเส้นขนสีเข้มปน สลับกับจุดสีที่ชัดเจนและสม่ำเสมอ จุดสีที่จมูกควรเป็นรูปทรงคล้ายลูกแพร์ และสีที่หูกับเท้าควรกลมกลืนกับสีจมูก เนื่องจากเม็ดสีพัฒนาขึ้นตามการตอบสนองต่ออุณหภูมิที่เย็นกว่า ลูกหนูตะเภาแรกเกิดจึงมักมีสีขาวเกือบทั้งตัวและค่อย ๆ เกิดจุดสีในช่วงหลายสัปดาห์ถึงหลายเดือนแรก ความไวต่ออุณหภูมินี้ยังหมายความว่าจุดสีจะจางลงได้หากเลี้ยงในที่อบอุ่น และเข้มขึ้นเมื่ออากาศเย็น ความเข้มของสีจึงไม่คงที่ตลอดชีวิต

นิสัยและพฤติกรรม

หิมาลายันเป็นมิตร ขี้อ้อน และอารมณ์นิ่ง ทนต่อการอุ้มจับได้ดี และผูกพันกับเพื่อนร่วมกรงและผู้เลี้ยง

หิมาลายันขึ้นชื่อเรื่องอารมณ์ที่อ่อนโยนและนิ่งสม่ำเสมอ หนูตะเภาสายพันธุ์นี้เป็นมิตรและขี้อ้อน ส่วนใหญ่คุ้นเคยกับการถูกอุ้มจับได้ดีเมื่อได้รับการสัมผัสอย่างสม่ำเสมอและใจเย็น เมื่อไว้ใจผู้เลี้ยงแล้ว มันมักตื่นตกใจน้อยกว่าสายพันธุ์อื่นบางสาย แม้จะยังสะดุ้งกับเสียงหรือการเคลื่อนไหวฉับพลันเช่นเดียวกับหนูตะเภาทั่วไป

กับสมาชิกในครอบครัว หิมาลายันที่เข้าสังคมดีมักจำหน้าคนที่ให้อาหารและอุ้มจับได้ และบางตัวถึงกับส่งเสียงร้องเรียกเมื่อถึงเวลาให้อาหาร ส่วนกับคนแปลกหน้า มันอาจนิ่งค้างหรือหลบซ่อนในตอนแรก ผู้มาเยือนใหม่จึงควรปล่อยให้สัตว์เข้าหาเองมากกว่าจะยื่นมือไปจับทันที

หนูตะเภาเป็นสัตว์ฝูงที่ชอบเข้าสังคม และอยู่ได้ดีที่สุดเมื่อมีเพื่อนร่วมสายพันธุ์อย่างน้อยหนึ่งตัว หิมาลายันที่เลี้ยงตัวเดียวอาจซึมและเก็บตัว การจับคู่เพศเดียวกันหรือคู่ตัวผู้ทำหมันกับตัวเมียมักอยู่ร่วมกันได้ดีหากแนะนำให้รู้จักกันอย่างค่อยเป็นค่อยไป พวกมันสื่อสารกันด้วยเสียงร้องหลายแบบ ทั้งเสียงจิ๊บ เสียงคราง และเสียงร้องวีคอันดังที่ใช้เรียกร้องอาหาร

คะแนนลักษณะนิสัย (1 = น้อย, 5 = มาก)
ลักษณะคะแนน
ความขี้อ้อน4
พลังงาน2
ความฝึกง่าย2
ความช่างส่งเสียง3
การผลัดขน2

การดูแลและการตกแต่งขน

ขนสั้นดูแลง่าย แต่การอุ้มเล่นทุกวัน เวลาปล่อยวิ่ง และพื้นที่สะอาดปลอดลมโกรกช่วยให้หิมาลายันแข็งแรง

การตกแต่งขน

  • แปรงขนสั้นสัปดาห์ละครั้งเพื่อกำจัดขนที่หลุดร่วงและตรวจสภาพผิวหนัง
  • เช็ดทำความสะอาดจุดเปื้อนบนลำตัวสีขาวตามความจำเป็น เพราะคราบสกปรกและปัสสาวะจะเห็นได้ชัด อาบน้ำเฉพาะเมื่อจำเป็นจริง ๆ โดยใช้แชมพูสำหรับสัตว์เล็กและเช็ดตัวให้แห้งสนิท
  • ตรวจและตัดเล็บทุกสองสามสัปดาห์
  • ตรวจหูและต่อมไขมันใกล้โคนหาง ทำความสะอาดเบา ๆ หากพบคราบสะสม

การออกกำลังกาย

  • จัดเวลาปล่อยวิ่งนอกกรงทุกวันในพื้นที่ปลอดภัยที่มีรั้วกั้นและมีคนดูแลอยู่ใกล้
  • เตรียมอุโมงค์ ที่ซ่อนตัว และพื้นที่ให้วิ่งเล่น เพราะหนูตะเภาที่มีความสุขมักกระโดดและวิ่งพล่านไปมา
  • เลี้ยงคู่กับหนูตะเภาอีกอย่างน้อยหนึ่งตัวเพื่อให้มีปฏิสัมพันธ์และเคลื่อนไหวอยู่เสมอ

สภาพแวดล้อม

เลี้ยงในบ้านที่มุมสงบ ห่างจากแสงแดดจัด ลมโกรก และอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงบ่อย ช่วงอุณหภูมิที่เหมาะสมคือประมาณ 18 ถึง 24 องศาเซลเซียส ซึ่งในสภาพอากาศร้อนชื้นของไทยมักหมายถึงต้องเปิดแอร์หรือพัดลมช่วยระบายความร้อนในช่วงกลางวัน ควรทราบว่าความร้อนทำให้จุดสีเข้มจางลงได้ ห้องที่ร้อนจัดจึงส่งผลทั้งต่อความสบายตัวและความชัดของลวดลาย จัดรองพื้นแบบหนาและปลอดฝุ่น แล้วเปลี่ยนเป็นประจำเพื่อปกป้องเท้าและระบบทางเดินหายใจ

โภชนาการและการให้อาหาร

หิมาลายันต้องการหญ้าแห้งไม่จำกัด แหล่งวิตามินซีทุกวัน ผักใบสดใหม่ และเพลเลตในปริมาณที่กำหนด

หนูตะเภาสร้างวิตามินซีเองไม่ได้ จึงต้องพึ่งพาอาหารเป็นแหล่งวิตามินซีทั้งหมด การให้อาหารจึงเน้นที่หญ้าแห้ง ผักสด และเพลเลตเสริมวิตามิน หญ้าแห้งชนิดหญ้าเขียว เช่น ทิโมธี ควรมีให้กินได้ไม่จำกัดและเป็นส่วนหลักของอาหาร เพราะการเคี้ยวตลอดเวลาช่วยลบฟันที่งอกยาวตลอดชีวิตและช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานต่อเนื่อง ต้องมีน้ำสะอาดให้กินได้ตลอดเวลา

แนวทางการให้อาหารรายวัน (โตเต็มวัย)
ช่วงวัยปริมาณต่อวันจำนวนมื้อ
วัยเจริญเติบโตหญ้าแห้งไม่จำกัด กินหญ้าอัลฟัลฟาได้ เพลเลต 1/8 ถ้วยตวง ผักใบเขียว2
โตเต็มวัยหญ้าแห้งไม่จำกัด ผักใบสดประมาณ 1 ถ้วยตวง เพลเลต 1/8 ถ้วยตวง2
วัยชราหญ้าแห้งไม่จำกัด ผักใบเขียว ลดเพลเลตตามคำแนะนำ2

ขนมและอาหารเสริม

ให้วิตามินซีผ่านอาหารสดอย่างพริกหวาน ผักใบเขียว และผลไม้ปริมาณเล็กน้อย หรือใช้ผลิตภัณฑ์เสริมวิตามินซีสำหรับหนูตะเภาหากสัตวแพทย์แนะนำ หลีกเลี่ยงการหยดวิตามินลงในน้ำ เพราะสลายตัวเร็วและอาจทำให้หนูตะเภาไม่อยากดื่มน้ำ จำกัดผลไม้และผักที่มีน้ำตาลสูงให้เป็นเพียงของว่างปริมาณน้อยเป็นครั้งคราวเพื่อลดน้ำตาลส่วนเกิน

สุขภาพและปัญหาที่พบบ่อย

หิมาลายันมีอายุขัยราว 5 ถึง 7 ปี และเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพของหนูตะเภาทั่วไป เช่น ขาดวิตามินซี ฟันยาวเกิน และติดเชื้อทางเดินหายใจ

หากเลี้ยงดูอย่างเหมาะสม หนูตะเภาหิมาลายันมักมีอายุขัย 5 ถึง 7 ปี ปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่มีต้นตอจากอาหาร การสึกของฟัน หรือสภาพที่เลี้ยง การป้องกันจึงเน้นที่หญ้าแห้ง วิตามินซี และกรงที่สะอาดแห้งสนิท หนูตะเภามักซ่อนอาการป่วยได้เก่ง น้ำหนักลดหรือกินอาหารน้อยลงจึงเป็นสัญญาณเตือนแรกที่ควรรีบดูแล

ปัญหาสุขภาพที่พบบ่อย
ปัญหาอาการหมายเหตุ
ขาดวิตามินซี (โรคลักปิดลักเปิด)อ่อนแรง ขนหยาบ ข้อบวม เบื่ออาหารป้องกันได้ด้วยแหล่งวิตามินซีทุกวัน
ฟันยาวเกินน้ำลายไหล คายอาหาร น้ำหนักลดเกิดจากได้หญ้าแห้งไม่พอให้ฟันสึก
ติดเชื้อทางเดินหายใจมีน้ำมูก จาม หายใจลำบากมักเกี่ยวข้องกับลมโกรกหรือวัสดุรองพื้นที่มีฝุ่น
แผลที่ฝ่าเท้า (พอโดเดอร์มาไทติส)ฝ่าเท้าบวมและเป็นแผลรุนแรงขึ้นจากพื้นลวดตาข่ายหรือรองพื้นสกปรก
นิ่วในทางเดินปัสสาวะปัสสาวะปนเลือด เบ่งปัสสาวะลำบากพบมากขึ้นในอาหารที่มีแคลเซียมสูง

การป้องกันดูแลสุขภาพ

  • ให้หญ้าแห้งไม่จำกัดและแหล่งวิตามินซีทุกวัน
  • ชั่งน้ำหนักสัตว์ทุกสัปดาห์เพื่อจับสัญญาณน้ำหนักลดได้ทัน
  • รักษาวัสดุรองพื้นให้สะอาดและแห้งเพื่อปกป้องเท้าและปอด
  • หลีกเลี่ยงลมโกรกและความชื้น จำกัดวัสดุรองพื้นที่มีฝุ่นมาก
  • นัดตรวจกับสัตวแพทย์ที่มีความชำนาญด้านสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก

ที่อยู่อาศัยและการจัดกรง

หิมาลายันต้องการกรงพื้นกว้างระดับพื้น วัสดุรองพื้นหนาปลอดฝุ่น ที่ซ่อนตัว และมุมสงบในบ้านที่ห่างจากความร้อนและลมโกรก

หนูตะเภาต้องการพื้นที่พื้นกรงมากกว่าที่กรงทั่วไปมักจัดให้ หิมาลายันตัวเดียวควรมีพื้นที่ใช้สอยอย่างน้อย 0.7 ตารางเมตร ส่วนคู่ต้องการมากกว่านั้น เลือกกรงแบบยาวชั้นเดียวแทนกรงทรงสูง เพราะหนูตะเภาไม่ปีนป่าย เลี้ยงกรงไว้ในบ้าน มุมที่สงบและอุณหภูมิคงที่ เนื่องจากความร้อนทำให้จุดสีจางลงและเสี่ยงต่อภาวะร้อนเกิน จึงควรหลีกเลี่ยงการวางกรงกลางแดดหรือใกล้เครื่องทำความร้อน สำหรับบ้านในไทยที่อากาศร้อนชื้นตลอดปี ควรวางกรงในห้องที่มีแอร์หรือพัดลมช่วยระบายอากาศ

ข้อกำหนดของกรงเลี้ยง
รายการคำแนะนำ
พื้นที่พื้นกรง (ตัวเดียว)อย่างน้อย 0.7 ตารางเมตร
พื้นที่พื้นกรง (คู่)อย่างน้อย 1.0 ตารางเมตร
ประเภทกรงชั้นเดียว พื้นทึบ
อุณหภูมิ18 ถึง 24 องศาเซลเซียส
วัสดุรองพื้นกระดาษหรือผ้าฟลีซหนาปลอดฝุ่น
ที่ซ่อนตัวหนึ่งที่ต่อตัว บวกอุโมงค์เพิ่มเติม

รายการที่ต้องเตรียม

  • กรงพื้นทึบขนาดใหญ่ที่เหมาะกับจำนวนหนูตะเภาที่เลี้ยง
  • วัสดุรองพื้นหนาปลอดฝุ่น เปลี่ยนเป็นประจำ
  • ที่ซ่อนตัวสำหรับสัตว์แต่ละตัวเพื่อไม่ให้ตัวใดต้องอยู่ในที่โล่งตลอดเวลา
  • หญ้าแห้งให้กินได้ตลอดในรางหรือกองหญ้า
  • ขวดน้ำหรือถ้วยน้ำที่มีน้ำหนัก ตรวจทุกวัน
  • ถ้วยอาหารที่มีน้ำหนักวางห่างจากมุมที่ใช้ขับถ่าย

การผสมพันธุ์

แม่หนูตะเภาหิมาลายันเป็นสัดเร็ว ตั้งท้องนานราว 59 ถึง 72 วัน และคลอดลูกครั้งละ 1 ถึง 4 ตัว โดยจุดสีจะปรากฏชัดขึ้นหลังคลอด

หนูตะเภาตัวเมียเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วมาก มักตั้งแต่อายุสี่ถึงหกสัปดาห์ ส่วนตัวผู้เร็วกว่านั้นอีกคือราวสามถึงห้าสัปดาห์ จึงต้องแยกเพศก่อนถึงวัยนี้เพื่อป้องกันการตั้งท้องที่ไม่ได้วางแผน การผสมพันธุ์อย่างรับผิดชอบจะรอจนแม่พันธุ์มีร่างกายพร้อมพอ แต่ต้องผสมก่อนอายุประมาณแปดถึงสิบเดือน เพราะหลังจากนั้นกระดูกเชิงกรานอาจเชื่อมติดกันจนทำให้การคลอดเป็นอันตราย

ระยะตั้งท้องของหนูตะเภานับว่านานสำหรับสัตว์ฟันแทะ อยู่ที่ประมาณ 59 ถึง 72 วัน โดยครอกที่มีลูกมากมักใช้เวลาตั้งท้องสั้นกว่า ปกติคลอดครั้งละ 1 ถึง 4 ตัว บางครั้งอาจมากกว่านั้น ลูกหนูตะเภาเกิดมาพร้อมพัฒนาการที่ค่อนข้างสมบูรณ์ คือมีขนเต็มตัว ลืมตาได้ และเริ่มเดินหรือแทะอาหารแข็งได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังคลอด แม้จะยังกินนมแม่ต่ออีกสองถึงสามสัปดาห์

ลูกหิมาลายันมักเกิดมาสีค่อนข้างซีด และจุดสีเข้มจะค่อย ๆ ปรากฏชัดขึ้นในสัปดาห์ต่อมาเมื่อเม็ดสีที่ไวต่ออุณหภูมิพัฒนาเต็มที่ แม่พันธุ์ควรมีพื้นที่คลอดและเลี้ยงลูกที่สงบและสะอาด พร้อมหญ้าแห้ง วิตามินซี และน้ำให้กินได้ตลอดทั้งช่วงตั้งท้องและให้นม

ข้อมูลการผสมพันธุ์
รายการค่า
วัยเจริญพันธุ์ตัวเมีย4 ถึง 6 สัปดาห์
วัยเจริญพันธุ์ตัวผู้3 ถึง 5 สัปดาห์
ผสมพันธุ์ครั้งแรก (ตัวเมีย)ก่อนอายุประมาณ 8 ถึง 10 เดือน
ระยะตั้งท้อง59 ถึง 72 วัน
จำนวนลูกต่อครอก1 ถึง 4 ตัว
ระยะหย่านม2 ถึง 3 สัปดาห์

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขนาด นิสัย การดูแล อายุขัย และความเหมาะสมของหิมาลายันในการเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง

หนูตะเภาหิมาลายันโตเต็มที่ตัวใหญ่แค่ไหน

เป็นหนูตะเภาขนาดกลาง เมื่อโตเต็มวัยหนักประมาณ 700 ถึง 1,200 กรัม และยาวราว 20 ถึง 25 เซนติเมตร

หิมาลายันมีนิสัยเป็นอย่างไร

หิมาลายันเป็นมิตร ขี้อ้อน อ่อนโยน และอารมณ์นิ่ง มักทนต่อการอุ้มจับได้ดีและผูกพันกับผู้เลี้ยงเมื่อได้รับการสัมผัสอย่างสม่ำเสมอและใจเย็น

หิมาลายันเลี้ยงยากไหม

การดูแลอยู่ในระดับปานกลาง ขนสั้นดูแลง่าย แต่ต้องมีหญ้าแห้งไม่จำกัด แหล่งวิตามินซีทุกวัน กรงขนาดใหญ่ที่สะอาด และเพื่อนหนูตะเภาอีกตัว

หิมาลายันมีอายุขัยกี่ปี

หากได้รับอาหารและที่อยู่ที่เหมาะสม มักมีอายุขัย 5 ถึง 7 ปี

ทำไมจุดสีเข้มจึงเปลี่ยนสีได้

จุดสีเหล่านี้ใช้เม็ดสีที่ไวต่ออุณหภูมิ จะเข้มขึ้นในอากาศเย็นและจางลงเมื่ออากาศอุ่น ดังนั้นอุณหภูมิของที่เลี้ยงจึงมีผลต่อความชัดของลวดลาย

หิมาลายันอยู่ตัวเดียวได้ไหม

ไม่แนะนำ หนูตะเภาเป็นสัตว์สังคมและอยู่ได้ดีที่สุดเมื่อเลี้ยงเป็นคู่หรือกลุ่มเล็กร่วมสายพันธุ์ ควรมีเพื่อนอย่างน้อยหนึ่งตัว

เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กหรือไม่

เหมาะ หากมีผู้ใหญ่ดูแลใกล้ชิด นิสัยที่สงบของมันเหมาะกับเด็กที่โตพอจะอุ้มจับสัตว์ตัวเล็กอย่างเบามือและนั่งนิ่ง ๆ ขณะอุ้ม