อัลปากา
หนูตะเภาพันธุ์ Alpaca เป็นพันธุ์ขนยาวหยิกที่มีก้นหอยด้านหน้า เป็นที่ชื่นชอบด้วยขนหนาเป็นคลื่นและนิสัยสงบอ่อนโยน
- Size
- ปานกลาง
- Lifespan
- 5–7 years
- Origin
- เปรู
- Temperament
- อ่อนโยน
- Standard colors
- ดำ ขาว และสีสวาด and 15 more
Characteristics
Coat and grooming
How the อัลปากา coat is built, and what that means when you groom it.
- ชั้นของขน
- ขนสองชั้น
- เนื้อสัมผัสของขน
- หยิก
- ความยาวขน
- ยาว
- การผลัดขน
- ผลัดขนน้อย
Grooming guidance
ข้อควรระวัง: A อัลปากา coat mats easily.
ขนละเอียดหรือยาวจะพันกันที่โคนขนซึ่งมองไม่เห็น ปมที่นั่นจะรัดแน่นและดึงผิวหนัง การแปรงต้องลงถึงโคนเป็นส่วน ๆ ไม่ใช่แค่ผ่านที่ผิวด้านนอก
ข้อควรระวัง: A อัลปากา should only be clipped by someone experienced with the species.
ผิวหนังตรงนี้บางพอที่จะฉีกขาดใต้ใบมีดปัตตาเลี่ยน และสัตว์อาจตื่นตกใจเมื่อถูกจับให้อยู่นิ่ง การตัดขนหรือแกะปมควรปล่อยให้สัตวแพทย์หรือช่างที่ทำงานกับสัตว์ชนิดนี้เป็นประจำเป็นผู้ทำ
ข้อมูล: A อัลปากา needs clipping every few weeks.
ขนชุดนี้งอกต่อเนื่องแทนที่จะร่วง จึงต้องเล็มทุกไม่กี่สัปดาห์ หากปล่อยไว้จะพันกันแน่นติดผิวหนังและกักความชื้น สิ่งสกปรก และความร้อนเอาไว้
อัลปากา colors and patterns
What each club's breed standard says about every อัลปากา color and pattern. Point at a ruling to see the club's own wording.
Breed standards describe the อัลปากา in ดำ ขาว สีสวาด ไลแลค เงิน เทาชนวน ชินชิล่า ช็อกโกแลต ซินนามอน อะกูติ แดง ส้ม ทอง เหลืองมะนาว บัฟ หญ้าฝรั่น ครีม และเบจ.
| Color or pattern | BCC |
|---|---|
| ดำ | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| ขาว | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| สีสวาด | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| ไลแลค | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| เงิน | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| เทาชนวน | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| ชินชิล่า | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| ช็อกโกแลต | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| ซินนามอน | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| อะกูติ | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| แดง | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| ส้ม | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| ทอง | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| เหลืองมะนาว | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| บัฟ | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| หญ้าฝรั่น | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| ครีม | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| เบจ | ตามมาตรฐาน (“Any colour or mixture of colours”) |
| Patterns | |
| สีพื้น | No ruling |
| สองสี | No ruling |
| ไตรคัลเลอร์ | No ruling |
| บรินเดิล | No ruling |
| ฮาร์เลควิน | No ruling |
| สีแซม | No ruling |
| ทิกด์ | No ruling |
| อะกูติ | No ruling |
| ลายจุด | No ruling |
| พอยต์ | No ruling |
| กระดองเต่า | No ruling |
| สามสี | No ruling |
| โบรกเคน | No ruling |
| ดัตช์ | No ruling |
| แม็กพาย | No ruling |
| นาก | No ruling |
| มาร์เทน | No ruling |
| แทนพอยต์ | No ruling |
พันธุ์ย่อยอื่น ๆ
มีลาย
ลายสีแทน
สีเดียว
What the rulings mean
- ตามมาตรฐาน
- Described by the club's breed standard.
Color changes
How a อัลปากา's colors can change over its life.
ขาวchanges toพอยต์
ขน · ตามอายุ
Sources
Each ruling comes from the club's published breed standard or color list.
รู้จักหนูตะเภาสายพันธุ์อัลปาก้า
หนูตะเภาอัลปาก้าเป็นสายพันธุ์ขนยาวขนาดกลางจากเปรู มีขนหนาเป็นลอนคลื่นและก้นหอยที่หน้าผาก นิสัยใจเย็นอ่อนโยน เหมาะกับผู้ที่ชอบแปรงขนสัตว์เลี้ยง
อัลปาก้าเป็นหนูตะเภาขนยาวที่มีจุดเด่นอยู่ที่ขนหยิกเป็นลอนคลื่นทั่วตัว และก้นหอยกลางหน้าผากที่ทำให้ขนบริเวณนั้นชี้ไปข้างหน้า ชื่อสายพันธุ์นี้มาจากลักษณะขนที่หนาและค่อนข้างหยาบ คล้ายเส้นขนของอัลปาก้าซึ่งเป็นสัตว์ตระกูลอูฐ ทั้งที่จริงแล้วสัตว์สองชนิดนี้ไม่เกี่ยวข้องกันเลย หนูตะเภาสายพันธุ์นี้เมื่อโตเต็มวัยจะมีลำตัวขนาดกลาง และขนจะยาวขึ้นเรื่อยๆ ตลอดชีวิตหากไม่ได้รับการตัดแต่ง
อัลปาก้ามักถูกจัดอยู่ในกลุ่มเดียวกับหนูตะเภาขนยาวหยิกสายพันธุ์อื่น เช่น เท็กเซล (Texel) และเมอริโน (Merino) ขนของมันมีลักษณะเป็นลอนหรือหยิกชัดเจน ต่างจากขนเส้นตรงของสายพันธุ์เปรูเวียน (Peruvian) หรือเชลตี้ (Sheltie) ก้นหอยที่หน้าผากซึ่งชี้ขนไปข้างหน้า ร่วมกับลอนขนที่พาดผ่านทั่วลำตัว คือลักษณะเฉพาะที่ทำให้จำสายพันธุ์นี้ได้ง่าย
ผู้เลี้ยงมักบอกว่าอัลปาก้าเป็นหนูตะเภาที่ขี้อ้อน อ่อนโยน ใจเย็น และเชื่อง นิสัยแบบนี้ทำให้ดูแลง่ายในแง่พฤติกรรม แต่ขนยาวหยิกต้องการการดูแลอย่างสม่ำเสมอ สายพันธุ์นี้จึงเหมาะกับเจ้าของที่พร้อมแปรงขนให้บ่อยๆ
| หัวข้อ | รายละเอียด |
|---|---|
| ถิ่นกำเนิด | เปรู |
| ขนาด | กลาง |
| อายุขัย | 5 ถึง 7 ปี |
| กลุ่ม/บทบาท | หนูตะเภาขนยาวหยิก (สัตว์เลี้ยงและสายพันธุ์ประกวด) |
| เข้ากันได้ดีกับ | หนูตะเภาตัวอื่น เด็กโตที่อ่อนโยน และเจ้าของที่เอาใจใส่ |
เหมาะกับใคร
อัลปาก้าเหมาะกับเจ้าของที่ต้องการหนูตะเภาเป็นเพื่อนคลอเคลียและพร้อมแปรงขนยาวให้หลายครั้งต่อสัปดาห์ ครอบครัวที่เลี้ยงหนูตะเภาได้มากกว่าหนึ่งตัวจะช่วยให้มันได้รับปฏิสัมพันธ์ทางสังคมที่ต้องการ สายพันธุ์นี้ไม่เหมาะกับเด็กเล็กมากที่ยังจับตัวสัตว์อย่างระมัดระวังไม่เป็น หรือเจ้าของที่ต้องการหนูตะเภาขนสั้นดูแลง่ายไม่ยุ่งยาก
ประวัติและถิ่นกำเนิด
หนูตะเภาอัลปาก้าพัฒนามาจากสายพันธุ์ขนยาวที่สืบเชื้อสายจากหนูตะเภาที่ถูกเลี้ยงในเทือกเขาแอนดีสของอเมริกาใต้ โดยมีเปรูเป็นถิ่นกำเนิดที่ถูกอ้างถึง
หนูตะเภาบ้านสืบเชื้อสายมาจากหนูตะเภาป่าที่ชนพื้นเมืองแถบเทือกเขาแอนดีสเลี้ยงและผสมพันธุ์ ในพื้นที่ซึ่งปัจจุบันคือประเทศเปรูและประเทศใกล้เคียง เชื่อกันว่าการเลี้ยงเริ่มขึ้นเมื่อหลายพันปีก่อน โดยเลี้ยงไว้เป็นแหล่งอาหารและมีบทบาทสำคัญในวิถีชีวิตครอบครัวและวัฒนธรรมของชุมชน หนูตะเภาสายพันธุ์สวยงามทุกสายพันธุ์ในปัจจุบัน รวมถึงสายพันธุ์ขนยาวและขนหยิก ล้วนสืบทอดมาจากประชากรที่ถูกเลี้ยงในยุคนั้น
หนูตะเภาขนยาวเกิดขึ้นเมื่อสายพันธุ์แพร่กระจายออกไปและผู้เพาะพันธุ์เริ่มคัดเลือกลักษณะความยาวและเนื้อขน สายพันธุ์เปรูเวียนซึ่งมีขนตรงยาว ถือเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ขนยาวรุ่นแรกๆ จากสายเลือดขนยาวและขนหยิกเหล่านี้เองที่ก่อให้เกิดสายพันธุ์ที่รวมความยาวของขนเข้ากับลอนหรือความหยิก
อัลปาก้าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ขนยาวหยิก มีความหยิกของขนคล้ายกับสายพันธุ์เท็กเซลและเร็กซ์ (Rex) ซึ่งมีเนื้อขนหยิกสั้นแบบเฉพาะตัว จุดที่ใช้แยกสายพันธุ์นี้คือการมีขนหยิกร่วมกับก้นหอยที่หน้าผากซึ่งชี้ขนไปข้างหน้า อันเป็นลักษณะที่ต่างจากเท็กเซลซึ่งหน้าผากเรียบไม่มีก้นหอย
อัลปาก้ายังคงเป็นสายพันธุ์ที่พบได้น้อยกว่าหนูตะเภาขนสั้น ผู้ที่เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรักหนูตะเภาและผู้นำไปประกวด การรับรองสายพันธุ์และมาตรฐานแตกต่างกันไปตามสโมสรและภูมิภาค สถานะของสายพันธุ์นี้จึงไม่เหมือนกันในทุกทะเบียนพันธุ์
ลักษณะรูปร่าง
อัลปาก้าเป็นหนูตะเภาขนาดกลาง มีขนยาวหนาเป็นลอนหยิกและก้นหอยที่หน้าผากชี้ขนไปข้างหน้า มีสีสันให้เลือกหลากหลาย
อัลปาก้ามีลำตัวขนาดกลางค่อนข้างกะทัดรัด ปกคลุมด้วยขนยาวหนาที่เป็นลอนหรือหยิก ไม่เรียบแนบตัวเหมือนขนตรง ก้นหอยที่หน้าผากทำให้ขนบริเวณนั้นชี้ไปข้างหน้าปกคลุมใบหน้าบางส่วน และมีลอนหมุนอีกจุดหนึ่งพาดผ่านลำตัว เนื้อขนมีความเด้งและค่อนข้างหยาบเล็กน้อย ลักษณะหยิกจะเห็นชัดที่สุดเมื่อขนสะอาดและได้รับการแปรงอย่างดี
หัวมีลักษณะกลม ใบหน้าสั้นและถูกขนหน้าผากปกคลุมบางส่วน หูตกลู่ ดวงตาสีเข้มและโปนเด่นชัด เช่นเดียวกับสายพันธุ์ขนยาวอื่นๆ ขนของอัลปาก้าจะยาวขึ้นเรื่อยๆ ตัวที่นำไปประกวดจึงมักไว้ขนเต็มความยาว ส่วนตัวที่เลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงทั่วไปมักถูกตัดขนให้สั้นลงเพื่อให้ดูแลง่ายขึ้น
| ลักษณะ | ช่วงค่าทั่วไป |
|---|---|
| ความยาวลำตัว | ประมาณ 20 ถึง 30 ซม. |
| น้ำหนัก | ประมาณ 700 ถึง 1200 กรัม (ขึ้นอยู่กับเพศ) |
| ขน | ยาว หนา หยิกเป็นลอน มีก้นหอยที่หน้าผาก |
| สี | สีล้วน ลายอะกูติ ลายโรอัน ลายดัลเมเชียน ลายเต่า และลวดลายอื่นๆ อีกมาก |
| ดวงตา | สีเข้ม โปนเด่นชัด สีตาแตกต่างไปตามสีขน |
ขนและสีสัน
จุดเด่นที่สุดคือความหยิกของขน เส้นขนเป็นลอนตลอดความยาวและตั้งฟูออกจากลำตัวมากกว่าสายพันธุ์ขนตรง สีของอัลปาก้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่แบบเดียว พบได้ทั้งสีล้วน ลายอะกูติ ลายโรอัน ลายจุด ลายเต่า และลายผสมต่างๆ ความหยิกของขนอาจทำให้ลวดลายดูนุ่มนวลหรือไม่ชัดเจนเท่าที่ปรากฏบนขนเรียบ
นิสัยและพฤติกรรม
หนูตะเภาอัลปาก้ามีนิสัยขี้อ้อน อ่อนโยน ใจเย็น และเชื่อง เข้ากับการจับต้องได้ดีและอยู่ร่วมกับหนูตะเภาตัวอื่นได้อย่างมีความสุข
อัลปาก้ามีนิสัยใจเย็นและเชื่อง โดยทั่วไปขี้อ้อนและอ่อนโยน และมักปรับตัวได้เร็วเมื่อไว้ใจผู้เลี้ยงแล้ว สายพันธุ์นี้ไม่ค่อยตื่นตกใจง่ายหรือดุร้าย หลายตัวยอมให้จับต้องบ่อยครั้งตามที่การดูแลขนต้องการได้เป็นอย่างดี
กับสมาชิกในครอบครัว อัลปาก้าเข้าสังคมดีและตอบสนองต่อผู้คน มักออกมาต้อนรับและจดจำเวลาให้อาหารหรือเวลาที่จะได้รับความสนใจเป็นประจำ ส่วนกับคนแปลกหน้าอาจระมัดระวังในช่วงแรกและต้องการการแนะนำตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไปในบรรยากาศเงียบสงบ หนูตะเภาเป็นสัตว์ที่อยู่กันเป็นฝูง อัลปาก้าจึงควรมีหนูตะเภาตัวอื่นที่เข้ากันได้อยู่ด้วยอย่างน้อยหนึ่งตัว หากเลี้ยงตัวเดียวอาจซึมเศร้าและเก็บตัว เมื่ออยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นต้องมีผู้ดูแลอยู่ใกล้ๆ เสมอ เพราะสุนัข แมว หรือสัตว์ตัวใหญ่กว่าอาจทำให้หนูตะเภาตกใจหรือได้รับบาดเจ็บ
| ลักษณะ | คะแนน |
|---|---|
| ความขี้อ้อน | 4 |
| พลังงาน | 2 |
| ความสามารถในการฝึก | 2 |
| การส่งเสียง | 3 |
| การผลัดขน | 3 |
การดูแล
หนูตะเภาอัลปาก้าต้องแปรงขนบ่อยครั้ง ปล่อยให้ออกกำลังกายนอกกรงทุกวัน และอยู่ในที่ร่มที่สะอาด ไม่มีลมโกรก อุณหภูมิคงที่ในระดับพอเหมาะ
การแปรงขน
ขนยาวหยิกเป็นภาระการดูแลหลักของสายพันธุ์นี้ ควรแปรงขนหลายครั้งต่อสัปดาห์ และแปรงทุกวันสำหรับตัวที่เตรียมนำไปประกวด
- แปรงเบาๆ ด้วยแปรงขนนุ่มหรือหวีซี่ห่างเพื่อกำจัดเศษสิ่งสกปรกและป้องกันขนพันกัน
- ตรวจดูขนพันกัน มูล และเศษวัสดุรองนอนที่ติดอยู่ในขน โดยเฉพาะบริเวณก้น
- ตัดขนให้สั้นลงในระดับที่ดูแลง่ายสำหรับตัวที่เลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงทั่วไป เพื่อลดการพันกันและคราบสกปรก
- เช็ดทำความสะอาดจุดที่เปื้อนเฉพาะจุด อาบน้ำเฉพาะเมื่อจำเป็นโดยใช้แชมพูสำหรับสัตว์เลี้ยงขนาดเล็ก แล้วเป่าขนให้แห้งสนิท
- ตรวจเล็บทุกสองสามสัปดาห์และตัดเมื่อยาวเกินไป
การออกกำลังกาย
การเคลื่อนไหวทุกวันช่วยให้อัลปาก้าแข็งแรงและไม่เบื่อหน่าย
- จัดกรงขนาดใหญ่ที่มีพื้นที่ให้เดินเล่นได้สะดวก
- ปล่อยให้ออกมาเดินเล่นนอกกรงในพื้นที่ปิดที่ปลอดภัยทุกวันภายใต้การดูแล
- จัดอุโมงค์ ที่หลบซ่อน และของให้แทะที่ปลอดภัยไว้เสริมความเพลิดเพลิน
สภาพแวดล้อม
เลี้ยงอัลปาก้าไว้ในบ้านในสภาพอากาศที่คงที่และพอเหมาะ หนูตะเภาไวต่อทั้งความร้อนและความเย็นจัด รวมถึงความชื้นและลมโกรก เลือกมุมที่เงียบสงบ ไม่โดนแดดส่องโดยตรง และควบคุมอุณหภูมิห้องให้เหมาะสมโดยเฉพาะในช่วงอากาศร้อนชื้น พร้อมทั้งดูแลวัสดุรองนอนให้สะอาดและแห้งอยู่เสมอเพื่อปกป้องขนและผิวหนัง
โภชนาการ
หนูตะเภาอัลปาก้าต้องการหญ้าแห้งแบบไม่จำกัด อาหารเม็ดสำหรับหนูตะเภาในปริมาณที่กำหนดต่อวัน ผักสด และแหล่งวิตามินซีที่แน่นอน เพราะร่างกายสร้างเองไม่ได้
หนูตะเภาเป็นสัตว์กินพืช อาหารหลักของอัลปาก้าคือหญ้าแห้งซึ่งควรมีให้กินได้ตลอดเวลา หญ้าแห้งช่วยระบบย่อยอาหารและช่วยสึกกร่อนฟันที่งอกยาวอยู่ตลอดชีวิต เสริมด้วยอาหารเม็ดสูตรหนูตะเภาแบบไม่ปรุงแต่งในปริมาณที่กำหนด และผักใบสดทุกวัน หนูตะเภาไม่สามารถสร้างวิตามินซีได้เอง อาหารจึงต้องให้วิตามินซีผ่านผักที่เหมาะสมหรืออาหารเสริมสูตรเฉพาะสำหรับหนูตะเภา ควรมีน้ำสะอาดให้ดื่มตลอดเวลา
| รายการ | ปริมาณต่อวัน | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| หญ้าแห้ง | ไม่จำกัด | อาหารหลัก ให้กินได้ตลอดเวลา |
| อาหารเม็ด | ประมาณ 1/8 ถ้วยตวง | อาหารเม็ดหนูตะเภาแบบไม่ปรุงแต่ง เสริมวิตามินซี |
| ผักสด | ประมาณ 1 ถ้วยตวง | ผักใบเขียวและผักที่มีวิตามินซีสูง แบ่งให้กินหลายมื้อต่อวัน |
ขนมและอาหารเสริม
ให้ผลไม้สดปริมาณน้อย เช่น พริกหวานหรือแอปเปิลหั่นชิ้น เป็นของว่างนานๆ ครั้งเท่านั้น เพราะน้ำตาลอาจรบกวนระบบย่อยอาหาร วิตามินซีเป็นอาหารเสริมสำคัญที่สุด ควรให้ผ่านอาหารสดหรือผลิตภัณฑ์เสริมสูตรเฉพาะหนูตะเภา แทนการละลายเม็ดวิตามินในน้ำดื่มซึ่งวิตามินจะสลายตัวเร็ว หลีกเลี่ยงขนมสำเร็จรูปที่มีน้ำตาล ไขมัน หรือเมล็ดพืชสูง
สุขภาพ
อัลปาก้าเป็นหนูตะเภาที่แข็งแรงพอสมควร อายุขัยประมาณ 5 ถึง 7 ปี แต่ขนยาวเพิ่มความเสี่ยงขนพันกัน ปัญหาผิวหนัง และปรสิต รวมถึงโรคที่พบทั่วไปในหนูตะเภา เช่น โรคฟันและการขาดวิตามินซี
อัลปาก้าเป็นสายพันธุ์ที่ค่อนข้างแข็งแรงเมื่อได้รับการเลี้ยงดูและให้อาหารอย่างถูกต้อง อายุขัยโดยทั่วไปอยู่ที่ 5 ถึง 7 ปี ขนยาวหยิกต้องได้รับความใส่ใจเป็นพิเศษ เพราะขนที่พันกันหรือเปื้อนสกปรกสามารถกักความชื้นและมูลไว้ จนนำไปสู่การระคายเคืองผิวหนัง แผล หรือการถูกแมลงวันไข่ใส่ เช่นเดียวกับหนูตะเภาทั่วไป อัลปาก้ามีแนวโน้มเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพที่พบบ่อยหลายอย่างที่เจ้าของควรสังเกต
| ภาวะ | อาการ | หมายเหตุ |
|---|---|---|
| ขาดวิตามินซี (ลักปิดลักเปิด) | ไม่ค่อยขยับตัว ขนหยาบกร้าน ข้อบวม เบื่ออาหาร | ป้องกันได้ด้วยการให้วิตามินซีในอาหารอย่างเพียงพอ |
| โรคฟัน | น้ำลายไหล น้ำหนักลด กินอาหารลำบาก | เกี่ยวข้องกับฟันที่งอกยาวเกินไป หญ้าแห้งช่วยสึกกร่อนฟัน |
| ไรและปัญหาผิวหนัง | เกาบ่อย ขนร่วง เป็นสะเก็ด กระวนกระวาย | ขนยาวเพิ่มความเสี่ยง ควรตรวจผิวหนังทุกครั้งที่แปรงขน |
| ฝ่าเท้าอักเสบ (บัมเบิลฟุต) | อุ้งเท้าบวมและเจ็บ | มักเกิดจากพื้นกรงที่เปียกหรือแข็งเกินไป |
| โรคระบบทางเดินหายใจ | จาม มีน้ำมูก หายใจลำบาก | ต้องพาไปพบสัตวแพทย์ทันที |
การป้องกันโรค
- ให้วิตามินซีในปริมาณเพียงพอทุกวัน
- จัดหญ้าแห้งให้กินได้ไม่จำกัดเพื่อสุขภาพฟันและระบบย่อยอาหาร
- แปรงขนและตรวจผิวหนังอย่างสม่ำเสมอ
- ดูแลวัสดุรองนอนให้สะอาด แห้ง และนุ่ม
- ชั่งน้ำหนักเป็นประจำเพื่อสังเกตความผิดปกติได้ตั้งแต่เนิ่นๆ
ที่อยู่อาศัยและกรงเลี้ยง
หนูตะเภาอัลปาก้าต้องการกรงในบ้านขนาดใหญ่ พื้นทึบ วัสดุรองนอนนุ่ม ที่หลบซ่อน และตำแหน่งที่อากาศคงที่ไม่มีลมโกรก พร้อมดูแลเป็นพิเศษให้ขนยาวสะอาดอยู่เสมอ
เลี้ยงอัลปาก้าไว้ในบ้านโดยจัดกรงให้ใหญ่ที่สุดเท่าที่จะทำได้ หนูตะเภาต้องการพื้นที่ราบสำหรับเดินมากกว่าความสูงของกรง หนูตะเภาหนึ่งตัวควรมีพื้นที่กรงขั้นต่ำประมาณ 0.7 ตารางเมตร และเพิ่มพื้นที่ขึ้นตามจำนวนตัวที่เลี้ยงรวมกัน ใช้กรงพื้นทึบ เพราะพื้นลวดตาข่ายทำร้ายเท้าหนูตะเภาได้ เนื่องจากสายพันธุ์นี้มีขนยาวหยิก การจัดการวัสดุรองนอนจึงสำคัญกว่าหนูตะเภาขนสั้น วัสดุรองนอนที่สะอาด แห้ง และมีฝุ่นน้อยช่วยให้ขนไม่เปื้อนสกปรก
| หัวข้อ | คำแนะนำ |
|---|---|
| พื้นที่ขั้นต่ำ | ประมาณ 0.7 ตร.ม. สำหรับหนึ่งตัว มากขึ้นสำหรับเลี้ยงคู่หรือเป็นกลุ่ม |
| พื้นกรง | พื้นทึบพร้อมวัสดุรองนอนนุ่ม ห้ามใช้พื้นลวด |
| อุณหภูมิ | คงที่ พอเหมาะ (ประมาณ 18 ถึง 24 องศาเซลเซียส) |
| ตำแหน่งที่ตั้ง | ในบ้าน มุมเงียบสงบ ไม่โดนแดดจัดหรือลมโกรก |
| วัสดุรองนอน | สะอาด แห้ง ฝุ่นน้อย ทำความสะอาดจุดสกปรกทุกวัน |
รายการอุปกรณ์ที่ต้องเตรียม
- กรงพื้นทึบขนาดใหญ่หรือกรงแบบ C&C
- วัสดุรองนอนนุ่มและซับความชื้นได้ดี
- ที่หลบซ่อนอย่างน้อยหนึ่งจุดต่อหนูตะเภาหนึ่งตัว
- ที่ใส่หญ้าแห้งหรือหญ้าแห้งที่มีให้กินตลอดเวลา
- ขวดน้ำหรือชามน้ำที่มีน้ำหนักมั่นคง และจานใส่อาหาร
- ของให้แทะที่ปลอดภัยและอุโมงค์สำหรับความเพลิดเพลิน
การผสมพันธุ์
หนูตะเภาอัลปาก้าเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์ภายในไม่กี่เดือน ตั้งท้องนานประมาณ 59 ถึง 72 วัน และให้กำเนิดลูกจำนวนน้อยที่มีขนเต็มตัวและช่วยเหลือตัวเองได้ตั้งแต่แรกเกิด
หนูตะเภาเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็ว ตัวเมียอาจเริ่มผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุประมาณสี่ถึงหกสัปดาห์ และตัวผู้ก็อยู่ในช่วงวัยใกล้เคียงกัน จึงควรแยกเพศตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อป้องกันการผสมพันธุ์โดยไม่ได้วางแผน การเพาะพันธุ์อัลปาก้าอย่างมีความรับผิดชอบเน้นที่คุณภาพขน สุขภาพ และนิสัย และหลีกเลี่ยงการจับคู่สัตว์ที่อายุน้อยเกินไปหรือมีสายเลือดใกล้ชิดกันมาก ข้อควรระวังเฉพาะสำหรับตัวเมียคือ หากผสมพันธุ์ครั้งแรกหลังอายุประมาณเจ็ดถึงแปดเดือนไปแล้ว มีความเสี่ยงที่กระดูกเชิงกรานจะเชื่อมติดกัน ซึ่งอาจทำให้การคลอดเป็นอันตราย ผู้เพาะพันธุ์ที่มีประสบการณ์จึงวางแผนการผสมพันธุ์ครั้งแรกให้ทันเวลา
ระยะเวลาตั้งท้องของหนูตะเภานับว่านานสำหรับสัตว์ฟันแทะขนาดเล็ก อยู่ที่ประมาณ 59 ถึง 72 วัน ลูกในครอกมีจำนวนน้อยและแข็งแรงตั้งแต่เกิด มีขนเต็มตัว ลืมตา และเริ่มเดินหรือแทะอาหารแข็งได้ภายในไม่กี่ชั่วโมงหลังคลอด แม่ให้นมลูกประมาณสามสัปดาห์ ขนยาวหยิกของอัลปาก้าจะพัฒนาขึ้นเมื่อลูกโตขึ้น ลักษณะขนจึงประเมินได้ชัดเจนเมื่อลูกโตแล้ว ไม่ใช่ตั้งแต่แรกเกิด
| หัวข้อ | ค่า |
|---|---|
| วัยเจริญพันธุ์ | ประมาณ 4 ถึง 6 สัปดาห์ (ควรแยกเพศตั้งแต่เนิ่นๆ) |
| ช่วงผสมพันธุ์ครั้งแรกที่แนะนำ (ตัวเมีย) | ก่อนอายุประมาณ 7 ถึง 8 เดือน |
| ระยะเวลาตั้งท้อง | ประมาณ 59 ถึง 72 วัน |
| จำนวนลูกต่อครอก | โดยทั่วไป 1 ถึง 4 ตัว |
| ลักษณะลูกแรกเกิด | มีขนเต็มตัว ลืมตา เคลื่อนไหวได้ทันที |
| หย่านม | ประมาณ 3 สัปดาห์ |
คำถามที่พบบ่อย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับหนูตะเภาอัลปาก้า ครอบคลุมเรื่องขนาดตัว นิสัย การดูแลขน อายุขัย ความเหมาะสมกับครอบครัว และความหายากของสายพันธุ์
หนูตะเภาอัลปาก้าตัวใหญ่แค่ไหน
หนูตะเภาอัลปาก้าเป็นสายพันธุ์ขนาดกลาง ตัวเต็มวัยยาวประมาณ 20 ถึง 30 เซนติเมตร และหนักราว 700 ถึง 1200 กรัม โดยตัวผู้มักมีน้ำหนักมากกว่าตัวเมีย
หนูตะเภาอัลปาก้านิสัยเป็นอย่างไร
อัลปาก้ามีนิสัยขี้อ้อน อ่อนโยน ใจเย็น และเชื่อง ส่วนใหญ่ปรับตัวเข้ากับผู้เลี้ยงได้ดีและยอมให้จับต้องบ่อยครั้งตามที่การแปรงขนต้องการ
หนูตะเภาอัลปาก้าเลี้ยงยากไหม
นิสัยของมันเลี้ยงง่าย แต่ขนยาวหยิกต้องแปรงหลายครั้งต่อสัปดาห์และต้องตัดขนสำหรับตัวที่เลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง จึงต้องดูแลมากกว่าสายพันธุ์ขนสั้น
หนูตะเภาอัลปาก้าอายุยืนแค่ไหน
โดยทั่วไปมีอายุขัยประมาณ 5 ถึง 7 ปี หากได้รับอาหาร ที่อยู่อาศัย และการดูแลทางสัตวแพทย์ที่ดี
หนูตะเภาอัลปาก้าเหมาะกับครอบครัวไหม
เหมาะกับครอบครัวที่มีเด็กโตที่อ่อนโยนและผู้ใหญ่ที่พร้อมดูแลเรื่องแปรงขน ควรเลี้ยงคู่กับหนูตะเภาตัวอื่นอย่างน้อยหนึ่งตัวเพื่อเป็นเพื่อน และจับต้องด้วยความระมัดระวัง
หนูตะเภาอัลปาก้าหายากไหม
พบได้น้อยกว่าสายพันธุ์ขนสั้น ผู้เลี้ยงส่วนใหญ่เป็นกลุ่มคนรักหนูตะเภาและผู้นำไปประกวด การหาซื้อจึงอาจต้องใช้เวลาติดต่อผู้เพาะพันธุ์หรือแหล่งช่วยเหลือสัตว์ที่เชี่ยวชาญเฉพาะทาง
หนูตะเภาอัลปาก้าต้องการวิตามินซีไหม
ต้องการ เพราะหนูตะเภาสร้างวิตามินซีเองไม่ได้ ต้องได้รับทุกวันจากผักที่เหมาะสมหรืออาหารเสริมสูตรเฉพาะสำหรับหนูตะเภา
From the community
Ask about the อัลปากาNo questions about the อัลปากา yet. Be the first to ask.