United Pet Club
แพะ

พิกมี

พิกมีเป็นแพะขนาดกะทัดรัดที่เป็นมิตรและขี้เล่น เป็นที่หวงแหนในฐานะเพื่อนคู่ใจและสัตว์เลี้ยงประจำครอบครัวที่แข็งแกร่งและนิสัยดี

Size
ขนาดเล็ก
Lifespan
10–15 years
Origin
สหรัฐอเมริกา
Temperament
เป็นมิตร
Standard colors
ดำ น้ำตาล คาราเมล และอะกูติ
Key Traits
เป็นมิตรขี้เล่นนิสัยดีเข้ากับเด็กได้ดีเข้าสังคมเก่ง

Characteristics

Energy Level3
Trainability5
Good With Kids3
Good With Pets3
Grooming Needs1

พิกมี colors and patterns

What each club's breed standard says about every พิกมี color and pattern. Point at a ruling to see the club's own wording.

Breed standards describe the พิกมี in ดำ น้ำตาล คาราเมล และอะกูติ. Standard patterns: สีพื้น ด่าง อะกูติ คาดเข็มขัด ชามัวซี และซุนด์เกา.

ขน: rulings by club
Color or patternAGS
ดำตามมาตรฐาน (“Any pattern, color, or combination of colors”)
น้ำตาลตามมาตรฐาน (“Any pattern, color, or combination of colors”)
คาราเมลตามมาตรฐาน (“Any pattern, color, or combination of colors”)
อะกูติตามมาตรฐาน (“Any pattern, color, or combination of colors”)
Patterns
สีพื้นตามมาตรฐาน (“Any pattern, color, or combination of colors”)
ด่างตามมาตรฐาน (“Any pattern, color, or combination of colors”)
อะกูติตามมาตรฐาน (“Any pattern, color, or combination of colors”)
คาดเข็มขัดตามมาตรฐาน (“Any pattern, color, or combination of colors”)
ชามัวซีตามมาตรฐาน (“Any pattern, color, or combination of colors”)
ซุนด์เกาตามมาตรฐาน (“Any pattern, color, or combination of colors”)
ตา: rulings by club
Color or pattern
น้ำตาล

What the rulings mean

ตามมาตรฐาน
Described by the club's breed standard.

Sources

Each ruling comes from the club's published breed standard or color list.

เกี่ยวกับแพะพิกมี

แพะพิกมีเป็นแพะพันธุ์เล็กจากสหรัฐอเมริกา นิสัยเป็นมิตร เลี้ยงง่าย เหมาะเป็นสัตว์เลี้ยงประจำบ้าน มีอายุขัยประมาณ 10-15 ปี

แพะพิกมีเป็นแพะบ้านสายพันธุ์เล็กที่พัฒนาขึ้นในสหรัฐอเมริกา ตัวโตเต็มวัยสูงจากพื้นถึงไหล่ประมาณ 16-23 นิ้ว น้ำหนักตัวอยู่ที่ 50-85 ปอนด์ ลำตัวหนาป้อมคล้ายทรงกระบอกและขาสั้น สายพันธุ์นี้สืบเชื้อสายมาจากแพะตัวเล็กที่นำเข้าจากแอฟริกาตะวันตกในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 และผู้เพาะพันธุ์คัดเลือกให้มีโครงสร้างแน่นและกล้ามเนื้อดี มากกว่าจะเน้นปริมาณน้ำนม

คนส่วนใหญ่เลี้ยงแพะพิกมีไว้เป็นเพื่อนคู่บ้าน สัตว์เลี้ยง และสัตว์เลี้ยงในไร่ขนาดเล็ก แพะพันธุ์นี้ชอบเข้าสังคม ร่าเริง อารมณ์ดี และผูกพันกับคนและสัตว์ที่อยู่ด้วยกันอย่างแน่นแฟ้น หากเลี้ยงตัวเดียวมักเครียดง่ายและร้องเสียงดังบ่อย จึงควรเลี้ยงเป็นคู่หรือเป็นกลุ่มเล็กอย่างน้อยสองตัวขึ้นไป

แพะพิกมีปรับตัวกับสภาพอากาศได้หลากหลายและถือว่าทนทาน หากมีที่พักแห้งและได้รับการดูแลพื้นฐาน ในภูมิอากาศร้อนชื้นอย่างประเทศไทย จุดสำคัญคือโรงเรือนต้องระบายอากาศดีแต่ไม่มีลมโกรก แพะตัวเมียให้น้ำนมเข้มข้นได้ในปริมาณไม่มาก แต่คนส่วนใหญ่เลือกเลี้ยงพิกมีเพราะนิสัยและขนาดตัวที่จัดการง่าย มากกว่าเพื่อรีดนม

ข้อมูลโดยสรุปของแพะพิกมี
คุณลักษณะรายละเอียด
ถิ่นกำเนิดสหรัฐอเมริกา
ขนาดเล็ก (สูงจากพื้นถึงไหล่ 16-23 นิ้ว)
อายุขัย10-15 ปี
กลุ่ม / บทบาทแพะเพื่อนคู่บ้านและสัตว์เลี้ยง
เข้ากันได้ดีกับเด็ก ครอบครัว แพะตัวอื่น

เหมาะกับใคร

แพะพิกมีเหมาะกับครอบครัวและเจ้าของฟาร์มขนาดเล็กที่ต้องการแพะนิสัยดี ตัวเล็ก ดูแลง่าย เหมาะกับบ้านที่มีเด็กและผู้เริ่มเลี้ยงแพะเป็นครั้งแรก ขอเพียงมีรั้วกั้นแน่นหนาและเลี้ยงอย่างน้อยสองตัวเพื่อให้มีเพื่อน ส่วนคนที่ต้องการปริมาณน้ำนมมากหรือเลี้ยงได้เพียงตัวเดียว แพะพันธุ์นี้อาจไม่ตอบโจทย์

ประวัติและถิ่นกำเนิด

แพะพิกมีสืบเชื้อสายจากแพะตัวเล็กในแอฟริกาตะวันตกที่นำเข้าอเมริกาเหนือช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 และได้รับการรับรองเป็นสายพันธุ์เฉพาะในสหรัฐอเมริการาวทศวรรษ 1970

แพะพิกมีสืบเชื้อสายมาจากแพะตัวเล็กแถบหุบเขาแคเมอรูนและพื้นที่อื่นในแอฟริกาตะวันตก แพะกลุ่มนี้เป็นที่นิยมในถิ่นกำเนิดเพราะความทนทานและความสามารถเติบโตได้ดีแม้อาหารหยาบมีจำกัดในสภาพอากาศร้อนชื้น

แพะตัวเล็กจากแอฟริกาตะวันตกเดินทางถึงยุโรปในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 บางส่วนถูกเลี้ยงไว้ในสวนสัตว์และคอลเลกชันส่วนตัว จากฝูงแพะในยุโรปนี้เองที่มีการส่งออกไปยังอเมริกาเหนือ โดยมีบันทึกการขนส่งชุดแรกไปถึงสหรัฐอเมริกาช่วงปลายทศวรรษ 1950 ซึ่งแรกเริ่มนำไปแสดงในสวนสัตว์

ความสนใจเพิ่มขึ้นตลอดทศวรรษ 1960 เมื่อผู้เลี้ยงส่วนตัวเริ่มผสมพันธุ์แพะกลุ่มนี้ไว้เป็นสัตว์เลี้ยงและสัตว์ในไร่ ผู้เพาะพันธุ์ในสหรัฐอเมริกาคัดเลือกลักษณะตัวสั้นป้อมซึ่งเป็นจุดต่างจากแพะไนจีเรียนดวอร์ฟที่ตัวสูงกว่าและเน้นการให้นม ทั้งที่มีถิ่นกำเนิดในแอฟริกาเดียวกัน

สมาคมสายพันธุ์ก่อตั้งขึ้นในสหรัฐอเมริการาวกลางทศวรรษ 1970 เพื่อบันทึกสายเลือดและกำหนดมาตรฐานสายพันธุ์ นับจากนั้นแพะพิกมีก็แพร่หลายในฐานะสัตว์เลี้ยงคู่บ้าน และปัจจุบันพบได้ทั่วไปตามงานวัด ฟาร์มสัมผัสสัตว์ และไร่ขนาดเล็กทั้งในอเมริกาเหนือและที่อื่น ๆ

รูปลักษณ์

แพะพิกมีตัวเตี้ยป้อม สูง 16-23 นิ้ว มีขนสองชั้นหนาแน่น สีมีทั้งลายอะกูติ สีดำ สีน้ำตาล และสีคาราเมล

แพะพิกมีมีลำตัวแน่น กล้ามเนื้อหนา ขาสั้น ทำให้รูปทรงดูกลมคล้ายถัง หัวสั้น หน้าเรียบหรือโค้งเล็กน้อย ทั้งตัวผู้และตัวเมียมักมีเขา แม้บางตัวจะถูกจี้เขาตั้งแต่เป็นลูกแพะ ตัวผู้มีเคราและขนหนาแน่นกว่าตัวเมีย

แม้ตัวจะเล็ก แต่โครงสร้างเน้นความแข็งแรงมากกว่าความเพรียวบาง อกลึกและซี่โครงโค้งกว้าง

มาตรฐานสายพันธุ์
ลักษณะรายละเอียด
ความสูง16-23 นิ้ว (41-58 ซม.) วัดที่ไหล่
น้ำหนัก50-85 ปอนด์ (23-39 กก.)
ขนขนสองชั้นหนาแน่น ตรง ยาวปานกลาง
สีลายอะกูติ (คาราเมล เทา) ดำ น้ำตาล มีจุดสีอ่อนแซม
ดวงตาสีน้ำตาลถึงอำพัน รูม่านตาแนวนอน

ขนและสี

ขนเป็นขนสองชั้นตรงหนาแน่นซึ่งจะหนาขึ้นในอากาศเย็น สีที่พบได้แก่ลายคาราเมลมีแถบสีอ่อนพาดแนวตั้งที่ขาหน้า สีเทาอะกูติ สีดำล้วน และสีน้ำตาล ส่วนใหญ่มีจุดสีอ่อนตัดกันรอบปาก ตา หู และขาส่วนล่าง แพะตัวผู้มักมีขนยาวคลุมไหล่ในช่วงฤดูหนาว

นิสัยและอุปนิสัย

แพะพิกมีเป็นมิตร ขี้เล่น ชอบเข้าสังคม เข้ากับเด็กและแพะตัวอื่นได้ดี แต่ต้องมีเพื่อนอยู่ด้วยและอาจส่งเสียงร้องเมื่อถูกทิ้งให้อยู่ตัวเดียว

แพะพิกมีอารมณ์ดีและช่างสงสัย ชอบอยู่ใกล้คน มักเดินตามผู้เลี้ยงและเรียกร้องความสนใจ สายพันธุ์นี้ขึ้นชื่อเรื่องความขี้เล่น เช่น กระโดด ปีนป่าย และชนหัวเล่นกัน จึงเป็นที่นิยมทั้งในครอบครัวและฟาร์มสัมผัสสัตว์

เมื่ออยู่กับเด็ก แพะพิกมีที่ผ่านการเข้าสังคมมาดีมักอ่อนโยนและอดทน แต่เพราะมีเขาและนิสัยชอบชนเล่น จึงควรมีผู้ใหญ่ดูแลอยู่ใกล้เมื่อเด็กเล็กเข้าใกล้ ส่วนต่อคนแปลกหน้า แพะมักแสดงความอยากรู้อยากเห็นมากกว่าความกลัว เมื่อคุ้นเคยกับคนแล้ว

แพะพิกมีเป็นสัตว์ฝูงและอยู่ได้ดีที่สุดเมื่อมีแพะเพื่อนอย่างน้อยหนึ่งตัว หากเลี้ยงตัวเดียวมักวิตกกังวลและร้องไม่หยุด เมื่ออยู่กับปศุสัตว์ชนิดอื่นมักอยู่ร่วมกันได้อย่างสงบ แต่ในกลุ่มแพะด้วยกันเองจะเกิดลำดับชั้นทางสังคมชัดเจน แพะตัวผู้ที่ยังไม่ตอนมักแสดงออกแรงกว่าและมีกลิ่นแรงในช่วงฤดูผสมพันธุ์ เจ้าของที่เลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงจึงมักเลือกแพะตัวผู้ที่ตอนแล้วหรือแพะตัวเมีย

คะแนนลักษณะนิสัย (1 = ต่ำ, 5 = สูง)
ลักษณะคะแนน
ความผูกพัน4
พลังงาน4
ความฝึกง่าย3
การส่งเสียงร้อง3
การผลัดขน3

การดูแลและตกแต่งขน

แพะพิกมีต้องตัดกีบเป็นประจำ มีที่พักแห้งและปลอดภัย มีพื้นที่ออกกำลังกายทุกวัน และต้องมีแพะตัวอื่นอยู่ด้วยเพื่อสุขภาพและความสุข

การตกแต่งขน

  • ตัดกีบทุก 6-8 สัปดาห์ เพื่อป้องกันกีบยาวเกินและอาการขาเจ็บ
  • แปรงขนเป็นครั้งคราวเพื่อกำจัดขนที่หลุดร่วง โดยเฉพาะช่วงผลัดขนฤดูใบไม้ผลิ
  • ตรวจขนและผิวหนังเพื่อดูเหา ไร และขนพันกัน
  • ทำความสะอาดเคราและบริเวณด้านหลังของตัวผู้และตัวเมียหลังคลอดให้สะอาดอยู่เสมอ

การออกกำลังกาย

  • จัดพื้นที่กลางแจ้งที่ปลอดภัยสำหรับเดินแทะเล็มและเคลื่อนไหวทุกวัน
  • เพิ่มโครงสร้างให้ปีนป่าย เช่น ตอไม้ แท่นยกพื้น หรือก้อนหินขนาดใหญ่
  • ให้เวลาอยู่กับแพะตัวอื่นเพื่อเล่นและทำกิจกรรมตามธรรมชาติ
  • ใช้รั้วแข็งแรงสูงอย่างน้อย 4 ฟุต เพราะแพะพิกมีปีนเก่งและมุดผ่านช่องเล็ก ๆ ได้

สภาพแวดล้อม

แพะพิกมีต้องการโรงเรือนที่แห้งและไม่มีลมโกรก กันฝนและลมได้ พร้อมวัสดุรองพื้นสะอาดอย่างฟาง แพะทนอากาศเย็นได้ดีกว่าความชื้น ดังนั้นการระบายอากาศโดยไม่มีลมโกรกจึงสำคัญ โดยเฉพาะในภูมิอากาศร้อนชื้นแบบไทยที่ต้องระวังเรื่องความอับชื้นในโรงเรือนเป็นพิเศษ แพะแต่ละตัวต้องการพื้นที่โรงเรือนในร่มประมาณ 15-20 ตารางฟุต บวกกับลานกลางแจ้ง รั้วต้องแน่นหนา เพราะสายพันธุ์นี้คล่องแคล่วและชอบทดสอบจุดอ่อนของรั้วอยู่เสมอ

โภชนาการและการให้อาหาร

แพะพิกมีกินหญ้าแห้งและพืชแทะเล็มเป็นหลัก ให้ธัญพืชในปริมาณจำกัด มีน้ำสะอาดตลอดเวลา และแร่ธาตุแบบให้เลือกกินเอง อาหารและพืชบางชนิดเป็นพิษต่อแพะ

อาหารหลักของแพะพิกมีคือพืชอาหารหยาบ ควรมีหญ้าแห้งคุณภาพดีให้กินตลอดเวลา เสริมด้วยพืชแทะเล็มอย่างพุ่มไม้ ใบไม้ และวัชพืชเมื่อแพะเข้าถึงทุ่งหญ้าได้ ธัญพืชควรให้ในปริมาณน้อย ส่วนใหญ่ให้เฉพาะแพะท้องหรือให้นมและลูกแพะที่กำลังโต เพราะแพะพิกมีอ้วนง่าย และภาวะอ้วนเป็นปัญหาที่พบบ่อยในแพะที่เลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง

ต้องมีน้ำสะอาดให้ตลอดเวลา และควรมีแร่ธาตุสำหรับแพะแบบผงร่วนที่มีทองแดงในปริมาณเหมาะสมให้กินได้เองตามต้องการ

แนวทางการให้อาหารทั่วไป
ช่วงวัยปริมาณต่อวันจำนวนมื้อ
ตัวโตเต็มวัย (ปกติ)หญ้าแห้งให้กินได้ตลอด บวกพืชแทะเล็มปริมาณจำกัดมีหญ้าแห้งให้ตลอดเวลา
แพะท้องหรือให้นมหญ้าแห้งบวกธัญพืช 0.5-1 ปอนด์1-2 มื้อ
ลูกแพะที่กำลังโตหญ้าแห้งบวกธัญพืชปริมาณน้อยที่ตวงไว้2 มื้อ
แพะตัวผู้ตอน (สัตว์เลี้ยง)หญ้าแห้งเท่านั้น ธัญพืชน้อยที่สุดมีหญ้าแห้งให้ตลอดเวลา

ขนมและอาหารเสริม

ผลไม้และผักปริมาณน้อย เช่น แอปเปิล แครอท หรือฟักทอง ใช้เป็นขนมได้ แต่ควรไม่เกินราวร้อยละ 10 ของอาหารทั้งหมด เบกกิ้งโซดาแบบให้เลือกกินเองช่วยปรับสมดุลกระเพาะหมักได้ แร่ธาตุแบบผงร่วนให้ผลดีกว่าก้อนเกลือ และในพื้นที่ที่ขาดซีลีเนียมหรือทองแดง อาจต้องเสริมตามคำแนะนำของสัตวแพทย์

สุขภาพ

แพะพิกมีแข็งแรงและมีอายุขัย 10-15 ปี แต่เสี่ยงต่อพยาธิ ปัญหากีบ ท้องอืด และนิ่วในทางเดินปัสสาวะของตัวผู้หากดูแลไม่ดี

แพะพิกมีเป็นสายพันธุ์แข็งแรง มีอายุขัยทั่วไป 10-15 ปีเมื่อได้รับการดูแลที่ดี ปัญหาสุขภาพส่วนใหญ่มาจากอาหาร พยาธิ หรือที่อยู่อาศัย มากกว่าโรคทางพันธุกรรม ภาวะอ้วนพบบ่อยในแพะที่เลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงและเป็นสาเหตุของปัญหาอื่นตามมาหลายอย่าง การควบคุมน้ำหนักด้วยอาหารที่เน้นพืชหยาบจึงสำคัญ

การถ่ายพยาธิตามกำหนด การฉีดวัคซีน และการดูแลกีบอย่างสม่ำเสมอ ช่วยป้องกันปัญหาส่วนใหญ่ที่พบในสายพันธุ์นี้ได้

โรคและอาการที่พบบ่อย
อาการ/โรคสัญญาณหมายเหตุ
พยาธิภายในน้ำหนักลด เหงือกซีด ท้องเสียตรวจอุจจาระเพื่อกำหนดการถ่ายพยาธิ
กีบเน่า / กีบยาวเกินเดินกะเผลก มีกลิ่น เท้าเจ็บตัดกีบสม่ำเสมอและรักษาพื้นคอกให้แห้ง
ท้องอืดสีข้างซ้ายบวม แสดงอาการทรมานเกิดจากธัญพืชหรืออาหารเข้มข้นที่ให้เปลี่ยนกะทันหัน
นิ่วในทางเดินปัสสาวะ (ตัวผู้)เบ่งปัสสาวะ ปัสสาวะไม่ออก กระวนกระวายพบมากในแพะตัวผู้ตอน ควบคุมสมดุลแคลเซียมและฟอสฟอรัส
พิษจากการตั้งท้อง / กินมากเกินอ่อนแรง เบื่ออาหารในช่วงท้องแก่ควบคุมน้ำหนักและอาหารของแพะท้อง

การป้องกันโรค

  • ตรวจอุจจาระตามกำหนดและถ่ายพยาธิตามผลตรวจ
  • ตัดกีบทุก 6-8 สัปดาห์
  • ฉีดวัคซีนป้องกันโรคคลอสตริเดียและบาดทะยัก (CDT) ตามตารางที่สัตวแพทย์แนะนำ
  • ให้แร่ธาตุแบบผงร่วนที่เหมาะสมและควบคุมน้ำหนักตัว
  • จัดน้ำสะอาดให้พร้อมและหลีกเลี่ยงการเปลี่ยนอาหารกะทันหัน

การผสมพันธุ์

แพะพิกมีตัวเมียผสมพันธุ์ได้ตลอดทั้งปี ตั้งท้องนานประมาณห้าเดือน และมักคลอดลูกครั้งละหนึ่งถึงสามตัว หย่านมเมื่ออายุประมาณสองถึงสามเดือน

แพะพิกมีเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็ว ตัวผู้อาจผสมพันธุ์ได้ตั้งแต่อายุ 3-4 เดือน จึงมักแยกตัวผู้อายุน้อยออกจากตัวเมียเพื่อป้องกันการผสมพันธุ์โดยไม่ตั้งใจ ส่วนตัวเมียมักเริ่มผสมพันธุ์เมื่ออายุราว 12-18 เดือน หลังจากโตได้ขนาดเหมาะสมแล้ว ต่างจากแพะสายพันธุ์อื่นหลายพันธุ์ แพะพิกมีไม่ผสมพันธุ์ตามฤดูกาลอย่างเคร่งครัดและเป็นสัดได้ตลอดทั้งปี

ระยะตั้งท้องอยู่ที่ประมาณ 145-155 วัน มักคลอดลูกครั้งละ 1-3 ตัว โดยแฝดสองพบได้บ่อยที่สุด แพะตัวเมียมักเลี้ยงลูกได้ดี และต้องการพื้นที่คลอดที่สะอาดแห้ง พร้อมอาหารเสริมช่วงท้องแก่และให้นม

ลูกแพะจะยืนและดูดนมได้ไม่นานหลังคลอด และเริ่มแทะหญ้าแห้งได้ภายในไม่กี่สัปดาห์ การหย่านมมักเกิดขึ้นเมื่ออายุระหว่าง 8-12 สัปดาห์ เนื่องจากสายพันธุ์นี้เข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็วและผสมพันธุ์ได้ตลอดปี การแยกตัวผู้และตัวเมียอย่างมีการควบคุมจึงเป็นเครื่องมือหลักในการจัดการการผสมพันธุ์

ข้อมูลการผสมพันธุ์
ตัวชี้วัดค่า
อายุที่เริ่มผสมพันธุ์ได้ (ตัวเมีย)12-18 เดือน
ฤดูผสมพันธุ์ตลอดทั้งปี (ไม่จำกัดฤดูกาล)
ระยะตั้งท้อง145-155 วัน
จำนวนลูกต่อครอก1-3 ตัว (แฝดสองพบบ่อย)
อายุหย่านม8-12 สัปดาห์

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับขนาดตัว นิสัย ความต้องการในการดูแล อายุขัย ความเหมาะสมในการเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยง และแหล่งหาซื้อแพะพิกมี

แพะพิกมีตัวโตขนาดไหน

แพะพิกมีเป็นสายพันธุ์เล็ก ตัวโตเต็มวัยสูงจากพื้นถึงไหล่ประมาณ 16-23 นิ้ว น้ำหนักราว 50-85 ปอนด์ ลำตัวหนาป้อมคล้ายทรงกระบอก

แพะพิกมีเป็นมิตรไหม

เป็นมิตรมาก แพะพิกมีขี้เล่นและชอบเข้าสังคม แพะที่ผ่านการเข้าสังคมมาดีมักอ่อนโยนกับเด็ก และผูกพันแน่นแฟ้นกับผู้เลี้ยงและแพะตัวอื่น

แพะพิกมีดูแลยากไหม

ดูแลไม่ยากมาก แต่ก็ไม่ใช่สัตว์ที่ปล่อยปละละเลยได้ ต้องมีรั้วแน่นหนา ที่พักแห้ง ตัดกีบทุก 6-8 สัปดาห์ ควบคุมพยาธิ และต้องมีแพะเพื่อนอย่างน้อยหนึ่งตัว

แพะพิกมีมีอายุขัยเท่าไร

หากได้รับการดูแลที่ดี แพะพิกมีมักมีอายุขัย 10-15 ปี

แพะพิกมีเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงได้ดีไหม

แพะพิกมีเป็นที่นิยมในหมู่ครอบครัวและเจ้าของฟาร์มขนาดเล็ก เพราะตัวเล็กและนิสัยดี ต้องเลี้ยงเป็นคู่หรือกลุ่ม และเจ้าของต้องมีพื้นที่ รั้วแน่นหนา และเวลาดูแลทุกวัน

เลี้ยงแพะพิกมีตัวเดียวได้ไหม

ไม่ควร แพะพิกมีเป็นสัตว์ฝูง หากเลี้ยงตัวเดียวจะเครียดและส่งเสียงร้องบ่อย ควรเลี้ยงอย่างน้อยสองตัวเพื่อสุขภาพที่ดีของแพะ

แพะพิกมีมีต้นกำเนิดจากที่ไหน

สายพันธุ์นี้พัฒนาขึ้นในสหรัฐอเมริกาจากแพะตัวเล็กในแอฟริกาตะวันตกที่นำเข้ามาช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 และได้รับการรับรองเป็นสายพันธุ์เฉพาะราวทศวรรษ 1970