United Pet Club
ไก่

บาร์เนเฟลเดอร์

ไก่พันธุ์ Barnevelder เป็นแม่ไก่อเนกประสงค์ของดัตช์ที่สงบและไว้ใจได้ เป็นที่ยกย่องด้วยขนลายลูกไม้คู่ที่เป็นเงางามและไข่สีน้ำตาลเข้ม

Size
ปานกลาง
Lifespan
7–10 years
Origin
เนเธอร์แลนด์
Temperament
สงบเสงี่ยม
Standard colors
ดำ ขาว และเทา and 5 more
Key Traits
สงบเสงี่ยมเป็นมิตรว่านอนสอนง่ายนิสัยดี

Characteristics

Energy Level5
Trainability3
Good With Kids3
Good With Pets5
Grooming Needs1

บาร์เนเฟลเดอร์ colors and patterns

What each club's breed standard says about every บาร์เนเฟลเดอร์ color and pattern. Point at a ruling to see the club's own wording.

Breed standards describe the บาร์เนเฟลเดอร์ in ดำ ขาว เทา สีสวาด ลาเวนเดอร์ น้ำตาล มะฮอกกานี และแดง. Standard patterns: สีพื้น ลายขอบคู่ กระทาดง และครีล.

ขนนก: rulings by club
Color or patternAPAPCGBEEABA
ดำตามมาตรฐาน (“Only One Variety”)ตามมาตรฐาน (“The black; The double laced chestnut (red-brown ground, black lacing)”)ตามมาตรฐาน (“schwarz; braun-schwarzdoppeltgesäumt; dunkelbraun; silber-schwarzdoppeltgesäumt”)ตามมาตรฐาน (“Black; Double Laced”)
ขาวNo rulingNo rulingตามมาตรฐาน (“silber-schwarzdoppeltgesäumt; weiß; silber-perlgraudoppeltgesäumt; kennfarbig”)No ruling
เทาNo rulingNo rulingตามมาตรฐาน (“kennfarbig”)No ruling
สีสวาดNo rulingNo rulingตามมาตรฐาน (“blau; braun-blaudoppeltgesäumt”)No ruling
ลาเวนเดอร์No rulingNo rulingตามมาตรฐาน (“silber-perlgraudoppeltgesäumt”)No ruling
น้ำตาลNo rulingตามมาตรฐาน (“The double laced chestnut (red-brown ground, black lacing)”)ตามมาตรฐาน (“braun-blaudoppeltgesäumt; braun-schwarzdoppeltgesäumt; dunkelbraun”)No ruling
มะฮอกกานีตามมาตรฐาน (“Only One Variety”)No rulingNo rulingตามมาตรฐาน (“Double Laced”)
แดงNo rulingNo rulingตามมาตรฐาน (“kennfarbig”)No ruling
Patterns
สีพื้นNo rulingตามมาตรฐาน (“The black”)ตามมาตรฐาน (“blau; schwarz; weiß”)ตามมาตรฐาน (“Black”)
ลายขอบคู่ตามมาตรฐาน (“Only One Variety”)ตามมาตรฐาน (“The double laced chestnut (red-brown ground, black lacing)”)ตามมาตรฐาน (“braun-blaudoppeltgesäumt; braun-schwarzdoppeltgesäumt; silber-schwarzdoppeltgesäumt; silber-perlgraudoppeltgesäumt”)ตามมาตรฐาน (“Double Laced”)
กระทาดงNo rulingNo rulingตามมาตรฐาน (“dunkelbraun”)No ruling
ครีลNo rulingNo rulingตามมาตรฐาน (“kennfarbig”)No ruling
ตา: rulings by club
Color or pattern
ส้ม
จะงอยปาก: rulings by club
Color or pattern
เขาสัตว์
เหลือง
ขาและเท้า: rulings by club
Color or pattern
ดำ
เหลือง
หงอนและเหนียง: rulings by club
Color or pattern
แดง
ติ่งหู: rulings by club
Color or patternAPA
ขาวตัดสิทธิ์ (“White in the earlobes”)
แดงNo ruling
เปลือกไข่: rulings by club
Color or pattern
น้ำตาล
น้ำตาลเข้ม

What the rulings mean

ตามมาตรฐาน
Described by the club's breed standard.
ตัดสิทธิ์
The club's breed standard disqualifies an animal of this color or pattern.

Color changes

How a บาร์เนเฟลเดอร์'s colors can change over its life.

  • ดำchanges toลายขวาง

    ขนนก · ตามอายุ · males only

รู้จักไก่พันธุ์บาร์นเนเวลเดอร์

ไก่บาร์นเนเวลเดอร์เป็นไก่เอนกประสงค์จากเนเธอร์แลนด์ นิสัยสงบและเลี้ยงง่าย ขนสีน้ำตาลเป็นมันเงามีลายขอบสองชั้น และให้ไข่สีน้ำตาลเข้มโดดเด่น

บาร์นเนเวลเดอร์เป็นไก่ขนาดกลางจากประเทศเนเธอร์แลนด์ เลี้ยงไว้ทั้งเพื่อเอาเนื้อและไข่ จุดเด่นที่ทำให้จำได้ง่ายมีสองอย่าง คือลายขนสีน้ำตาลขอบสองชั้นที่สวยแปลกตา และไข่สีน้ำตาลตั้งแต่โทนกลางไปจนถึงเข้ม สายพันธุ์นี้เลี้ยงในฝูงหลังบ้านได้สบาย เพราะนิสัยเรียบร้อยไม่ตื่นตกใจง่าย ดูแลจัดการง่ายทั้งกับคนและไก่ตัวอื่นในฝูง

พันธุ์ที่พบมากที่สุดมีขนสีน้ำตาลแดงอมส้ม แต่ละเส้นขนมีขอบสีเขียวอมดำพาดอยู่สองชั้น ทำให้มองดูคล้ายเกล็ดหรือลายตาข่ายทั่วตัว แม่ไก่หนักประมาณ 2.7 ถึง 3.2 กิโลกรัม ส่วนพ่อไก่หนักราว 3.2 ถึง 3.6 กิโลกรัม จัดอยู่ในกลุ่มไก่ไข่ขนาดกลาง แม่ไก่บาร์นเนเวลเดอร์โดยทั่วไปให้ไข่ปีละประมาณ 150 ถึง 200 ฟอง โดยไข่ดกที่สุดในช่วงสองถึงสามปีแรก

บาร์นเนเวลเดอร์ทนอากาศหนาวชื้นได้ดี ซึ่งสะท้อนถึงสภาพอากาศของเนเธอร์แลนด์ที่เป็นถิ่นกำเนิด หากปล่อยให้หากินตามธรรมชาติก็จะขุดคุ้ยหาอาหารอย่างขยัน แต่ถ้าเลี้ยงในเล้ามีหลังคาก็ปรับตัวอยู่ได้โดยไม่มีปัญหา เหมาะกับผู้เลี้ยงที่ไม่สามารถปล่อยให้ไก่วิ่งเล่นในทุ่งโล่งได้ทุกวัน

ข้อมูลโดยสรุปของไก่บาร์นเนเวลเดอร์
ลักษณะรายละเอียด
ถิ่นกำเนิดเนเธอร์แลนด์
ขนาดกลาง (แม่ไก่ 2.7 ถึง 3.2 กก. พ่อไก่ 3.2 ถึง 3.6 กก.)
อายุขัย7 ถึง 10 ปี
บทบาทเอนกประสงค์ (ไข่และเนื้อ)
เหมาะกับครอบครัว มือใหม่ ฝูงไก่หลังบ้านแบบผสม

เหมาะกับใคร

บาร์นเนเวลเดอร์เหมาะกับผู้เลี้ยงมือใหม่และครอบครัวที่เพิ่งเริ่มเลี้ยงไก่ นิสัยสงบจับต้องง่าย ทนอากาศหนาวและชื้นได้ดี ให้ผลผลิตไข่สม่ำเสมอโดยไม่มีอาการตื่นตูมแบบไก่ไข่สายพันธุ์การค้าบางชนิด ผู้ที่อยากได้ไข่สีน้ำตาลเข้มและไก่ที่มีลวดลายสวยงามในฝูง แต่ยังต้องการปริมาณไข่ที่ใช้ได้จริง มักพอใจกับสายพันธุ์นี้ ส่วนใครที่ต้องการไข่ปริมาณสูงสุด ไก่ไฮบริดสำหรับการผลิตโดยเฉพาะจะให้ผลผลิตดีกว่า

ประวัติและถิ่นกำเนิด

ไก่บาร์นเนเวลเดอร์ถูกพัฒนาขึ้นแถบเมืองบาร์นเนเวลด์ในเนเธอร์แลนด์ ช่วงปลายคริสต์ศตวรรษที่ 19 ถึงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 จากการผสมไก่พื้นเมืองกับไก่สายพันธุ์เอเชียที่นำเข้ามา

ชื่อสายพันธุ์มาจากเมืองบาร์นเนเวลด์ ในจังหวัดเคลเดอร์ลันด์ ทางตอนกลางของเนเธอร์แลนด์ พื้นที่แถบนี้เป็นศูนย์กลางการเลี้ยงไก่และค้าไข่มาอย่างยาวนาน เกษตรกรท้องถิ่นต้องการแม่ไก่ที่ทนทาน ไข่ดกในช่วงฤดูหนาว และให้ไข่สีน้ำตาลเข้มที่ตลาดต้องการ

การพัฒนาสายพันธุ์เริ่มขึ้นในช่วงครึ่งหลังของคริสต์ศตวรรษที่ 19 ไก่พื้นเมืองดัตช์ถูกผสมกับไก่เอเชียตัวใหญ่ที่นำเข้ามายุโรปในยุคนั้น ทั้งไก่กลุ่มโคชิน บราห์มา และแลงชาน รวมถึงไก่สายพันธุ์อินเดียที่เข้ามาผสมเพิ่มในภายหลัง ผู้เพาะพันธุ์คัดเลือกไก่ที่ไข่ดกในหน้าหนาว ไข่มีสีเข้ม และมีรูปร่างล่ำสันเหมาะกับการเลี้ยงแบบเอนกประสงค์

พอถึงช่วงต้นคริสต์ศตวรรษที่ 20 ลักษณะสายพันธุ์ก็นิ่งแล้ว และเริ่มเรียกไก่จากแถบบาร์นเนเวลด์ว่าบาร์นเนเวลเดอร์ ชมรมผู้เพาะพันธุ์ก่อตั้งขึ้นในเนเธอร์แลนด์ช่วงต้นทศวรรษ 1920 และไม่นานหลังจากนั้นก็มีการกำหนดมาตรฐานลายขนขอบสองชั้นอันเลื่องชื่อ

สายพันธุ์นี้แพร่ไปถึงสหราชอาณาจักรและประเทศอื่นในช่วงทศวรรษ 1920 ถึง 1930 ซึ่งไข่สีเข้มได้รับความสนใจอย่างมากทั้งในงานประกวดและวงการค้าไข่ ต่อมามีการพัฒนาสายพันธุ์แบนตัมขนาดเล็กตามมา ทุกวันนี้บาร์นเนเวลเดอร์ถูกเลี้ยงทั่วโลกในฐานะไก่หลังบ้านและไก่ประกวด แม้ว่าฟาร์มไข่เชิงพาณิชย์ส่วนใหญ่จะเปลี่ยนไปใช้ไก่ไฮบริดที่พัฒนาขึ้นเฉพาะทางแล้วก็ตาม

ลักษณะรูปร่าง

บาร์นเนเวลเดอร์เป็นไก่ขนาดกลางที่มีโครงสร้างแน่นหนา ขึ้นชื่อเรื่องขนลายขอบสองชั้นสีน้ำตาลแดงและขาสีเหลือง

บาร์นเนเวลเดอร์มีลำตัวกว้างและลึก ยืนตัวตั้งตรงแต่ท่าทางผ่อนคลาย หลังค่อนข้างยาว อกเต็ม หางตั้งทำมุมปานกลาง โดยรวมให้ความรู้สึกเหมือนไก่ฟาร์มที่แข็งแรงบึกบึน มากกว่าไก่ไข่ตัวเพรียวบาง มีหงอนจักรเดี่ยว เหนียงและติ่งหูสีแดง ขาสีเหลืองเกลี้ยงไม่มีขน

มาตรฐานสายพันธุ์โดยสังเขป
ลักษณะมาตรฐาน
น้ำหนักแม่ไก่ 2.7 ถึง 3.2 กก. พ่อไก่ 3.2 ถึง 3.6 กก.
หงอนจักรเดี่ยว ขนาดกลาง ตั้งตรง
ขนนุ่ม แนบตัว มีลายขอบสองชั้น
สีน้ำตาลลายขอบสองชั้น (พบมากที่สุด) มีทั้งดำ ขาว ฟ้า และลายกระทา
ดวงตาสีส้มถึงสีน้ำตาลแดง

ขนและสี

สายพันธุ์ที่เป็นเอกลักษณ์คือขนน้ำตาลลายขอบสองชั้น ขนแต่ละเส้นบนลำตัวเป็นสีน้ำตาลแดง มีแถบสีเขียวอมดำพาดซ้อนกันสองชั้น ทำให้ทั้งตัวดูเป็นลายเกล็ดซ้อนกันสวยงาม ส่วนที่เป็นสีดำมักมีประกายเขียวเหมือนปีกแมลงทับเมื่อโดนแสงพอดี พ่อไก่จะมีสีดำทึบมากกว่าบริเวณอกและหาง ทำให้ลายขอบสองชั้นเห็นชัดที่สุดในตัวแม่ไก่

ยังมีสีอื่นที่ได้รับการรับรองแตกต่างกันไปตามสมาคมสายพันธุ์ เช่น ดำ ขาว ฟ้า (ลายขอบสองชั้นบนพื้นสีฟ้า) และลายกระทา ขาและผิวหนังเป็นสีเหลือง ลูกไก่สายพันธุ์ลายขอบเมื่อฟักออกมาจะมีสีน้ำตาลอ่อนก่อน แล้วค่อยพัฒนาเป็นลายแบบตัวเต็มวัยเมื่อขนขึ้นเต็มที่ในช่วงหลายเดือนแรก

อุปนิสัย

บาร์นเนเวลเดอร์เป็นไก่นิสัยสงบ เป็นมิตร และเชื่อง ปรับตัวกับการเลี้ยงในพื้นที่จำกัดได้ดี และแทบไม่สร้างปัญหาในฝูงไก่รวม

บาร์นเนเวลเดอร์ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในไก่หลังบ้านที่นิสัยนิ่งที่สุด โดยทั่วไปไก่จะเงียบ อารมณ์ดี และไม่ค่อยตกใจง่าย ทำให้จับดูแลและตรวจเล้าประจำวันทำได้ไม่ยาก ไก่พันธุ์นี้ทนต่อการอุ้มได้ดีกว่าไก่ไข่หลายสายพันธุ์ จึงมักถูกแนะนำให้ครอบครัวที่มีเด็กเลี้ยงดู

เมื่ออยู่ใกล้คน ไก่พันธุ์นี้จะเข้าหาได้ง่ายแต่ไม่ถึงกับติดคน ตัวที่เลี้ยงด้วยมือมาตั้งแต่เล็กอาจเดินตามผู้เลี้ยงและกินอาหารจากมือได้ ส่วนตัวที่โตมากับฝูงจะเป็นมิตรแต่ค่อนข้างเก็บตัวกว่า เมื่อเจอคนแปลกหน้าจะจับตามองแต่ไม่ก้าวร้าว

ในฝูงไก่รวม บาร์นเนเวลเดอร์มักอยู่ระดับกลางของลำดับชั้นทางสังคม ไม่ค่อยเอาแต่ใจหรือรังแกไก่ตัวเล็กกว่า แต่ด้วยนิสัยที่นิ่งเกินไป ไก่สายพันธุ์ที่แข็งกร้าวกว่าอาจข่มได้ ไก่พันธุ์นี้บินไม่เก่ง รั้วสูงพอประมาณก็กั้นอยู่แล้ว ส่วนเรื่องเสียงร้องอยู่ในระดับปานกลาง แม่ไก่จะร้องบอกเมื่อไข่และร้องเมื่อตกใจ แต่ไม่ใช่ไก่ที่ส่งเสียงตลอดเวลา

คะแนนลักษณะนิสัย (1 = น้อย, 5 = มาก)
ลักษณะคะแนน
ความอ่อนโยนผูกพัน3
พลังงาน3
ความสามารถในการฝึก3
การส่งเสียง2
การผลัดขน3

การดูแลและการทำความสะอาดขน

บาร์นเนเวลเดอร์ดูแลไม่ยาก ต้องการเล้าที่สะอาด อาหารและน้ำทุกวัน พื้นที่เดินเล่นพอเพียง และการตรวจปรสิตกับสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ

บาร์นเนเวลเดอร์เป็นไก่ที่แข็งแรงและเลี้ยงง่ายเมื่อเทียบกับหลายสายพันธุ์ การดูแลหลักๆ คือให้อาหารสม่ำเสมอ น้ำสะอาด เล้าแห้ง และตรวจปรสิตกับบาดแผลเป็นประจำ เพราะขาเกลี้ยงไม่มีขนและขนแนบตัว จึงต้องดูแลน้อยกว่าไก่สายพันธุ์ขนขาหรือมีหงอนพู่

การทำความสะอาดขนและตัว

  • ตรวจเท้าและขาเกลี้ยงว่ามีไรขาหรือไม่ ซึ่งจะเห็นเป็นเกล็ดหนานูนขึ้นมา
  • ตรวจขนและผิวหนังรอบรูก้นว่ามีเหาไก่หรือไรแดงหรือไม่ โดยเฉพาะในช่วงอากาศอุ่น
  • ตัดเล็บหรือปากที่ยาวเกินไปเฉพาะเมื่อจำเป็น ไก่ที่ปล่อยหากินเองส่วนใหญ่จะสึกไปเองตามธรรมชาติ
  • จัดพื้นที่แห้งไว้ให้คลุกฝุ่น ไก่จะดูแลผิวหนังและขนของตัวเองได้
  • ในฤดูใบไม้ร่วงจะมีการผลัดขนครั้งใหญ่ปีละครั้ง ช่วงนี้ไข่จะลดลงและขนเก่าจะถูกแทนที่ด้วยขนใหม่

การออกกำลังกาย

  • เปิดทางให้ไก่เข้าลานหรือพื้นที่ล้อมรั้วได้ทุกวันเพื่อคุ้ยหาอาหารและออกกำลัง
  • หากพื้นที่และรั้วปลอดภัยจากสัตว์นักล่า ให้ปล่อยอิสระได้โดยมีคนดูแลใกล้ๆ
  • โปรยอาหารหรือผักใบเขียวให้ไก่คุ้ยหากินเองตามสัญชาตญาณ
  • หากเป็นไปได้ ควรจัดพื้นที่กลางแจ้งหลายตารางเมตรต่อไก่หนึ่งตัว

สภาพแวดล้อม

ด้วยถิ่นกำเนิดจากเนเธอร์แลนด์ บาร์นเนเวลเดอร์จึงทนอากาศหนาวชื้นได้ดี แต่เล้าต้องแห้ง ไม่มีลมโกรก และมีช่องระบายอากาศด้านบนที่ดี หงอนจักรเดี่ยวเสี่ยงต่อการเป็นแผลจากความหนาวจัด จึงควรควบคุมความชื้นภายในเล้าให้ต่ำ ส่วนในอากาศร้อน ร่มเงาและน้ำสะอาดสำคัญมาก เพราะตัวที่ค่อนข้างหนักทำให้ระบายความร้อนได้ยากกว่าการทนความหนาว

โภชนาการและการให้อาหาร

บาร์นเนเวลเดอร์เติบโตได้ดีที่สุดด้วยอาหารไก่สำเร็จรูปที่เหมาะกับช่วงวัย มีน้ำสะอาดตลอดเวลา ทรายเม็ดให้กินอิสระ และแคลเซียมเสริมสำหรับแม่ไก่ไข่

อาหารไก่สำเร็จรูปควรเป็นส่วนหลักของมื้ออาหารในทุกช่วงวัย เพราะมีการคำนวณสัดส่วนโปรตีน พลังงาน วิตามิน และแร่ธาตุไว้อย่างสมดุลแล้ว ลูกไก่เริ่มด้วยอาหารโปรตีนสูงสำหรับลูกไก่ ต่อด้วยอาหารสำหรับไก่รุ่น และเปลี่ยนเป็นอาหารไก่ไข่เมื่อใกล้ถึงวัยเริ่มไข่ ต้องมีน้ำสะอาดให้กินตลอดเวลา เพราะแม่ไก่ดื่มน้ำมาก โดยเฉพาะช่วงที่กำลังไข่

แนวทางการให้อาหารทั่วไป
ช่วงวัยปริมาณต่อวันมื้ออาหาร
ลูกไก่ (0 ถึง 8 สัปดาห์)อาหารลูกไก่ ให้กินอิสระมีให้กินตลอดเวลา
ไก่รุ่น (8 ถึง 18 สัปดาห์)อาหารไก่รุ่น ให้กินอิสระมีให้กินตลอดเวลา
แม่ไก่ไข่อาหารไก่ไข่ประมาณ 120 ถึง 150 กรัม1 ถึง 2 มื้อ หรือให้กินอิสระ
ไก่โตเต็มวัย ไม่ไข่อาหารประคองสภาพประมาณ 100 ถึง 120 กรัม1 ถึง 2 มื้อ

ขนมและอาหารเสริม

ควรมีทรายเม็ดที่ไม่ละลายน้ำให้กินอิสระ เพื่อช่วยบดอาหารในกึ๋น โดยเฉพาะไก่ที่กินเมล็ดธัญพืชเต็มเม็ดหรือหากินเอง แม่ไก่ไข่ต้องการแคลเซียมเพิ่ม มักให้เป็นเปลือกหอยนางรมบดแยกต่างหาก เพื่อให้เปลือกไข่แข็งแรง ผักใบเขียว วัชพืชในสวน และธัญพืชหรือหนอนนกปริมาณน้อยเป็นอาหารเสริมที่ดี แต่ควรให้ไม่เกินราวร้อยละ 10 ของอาหารทั้งหมด เพื่อให้อาหารสำเร็จรูปที่สมดุลยังคงเป็นแกนหลักของโภชนาการ

สุขภาพ

บาร์นเนเวลเดอร์มีสุขภาพแข็งแรงโดยทั่วไป อายุขัยประมาณ 7 ถึง 10 ปี ปัญหาหลักที่พบคือปรสิตภายนอก โรคระบบทางเดินหายใจ และความผิดปกติในการไข่

บาร์นเนเวลเดอร์เป็นสายพันธุ์เก่าแก่ที่แข็งแรง ไม่มีโรคทางพันธุกรรมร้ายแรง หากเลี้ยงดูดีจะมีอายุขัยทั่วไป 7 ถึง 10 ปี ปัญหาที่พบส่วนใหญ่เป็นเรื่องปกติที่เจอได้ในไก่หลังบ้านทุกสายพันธุ์ ได้แก่ ปรสิต การติดเชื้อทางเดินหายใจ และปัญหาระบบสืบพันธุ์ในแม่ไก่อายุมาก ไก่พันธุ์นี้ทนหนาวได้ดี แต่หงอนจักรเดี่ยวอาจเป็นแผลจากความหนาวจัดได้ในอากาศเยือกแข็งรุนแรง และตัวที่ค่อนข้างหนักทำให้เสี่ยงต่อความเครียดจากความร้อนมากกว่าความหนาว

อาการเจ็บป่วยที่พบบ่อย
อาการ/โรคอาการที่แสดงหมายเหตุ
ไรแดงและเหาไก่กระวนกระวาย หงอนซีด มีไข่ปรสิตติดตามก้านขนกำจัดทั้งตัวไก่และเล้า ไรมักซ่อนตามซอกเล้า
ไรขาเกล็ดขาหนานูนขึ้นเป็นสะเก็ดพบในสายพันธุ์ขาเกลี้ยง ควรรักษาแต่เนิ่นๆ
โรคระบบทางเดินหายใจจาม มีน้ำมูก หายใจมีเสียงครืดคราดลดความชื้นและความแออัด แยกไก่ป่วยออกจากฝูง
ไข่ค้างเบ่งไข่ ซึม กระดกหางถี่พบมากในแม่ไก่ไข่ดก ให้ความอบอุ่นและแคลเซียมช่วยได้ หากอาการไม่ดีขึ้นควรพาไปหาสัตวแพทย์
พยาธิน้ำหนักลด ขนยุ่งไม่เรียบ ถ่ายเหลวตรวจอุจจาระเป็นประจำและถ่ายพยาธิตามคำแนะนำ

การป้องกันโรค

  • รักษาเล้าให้แห้ง ระบายอากาศดี และสะอาด เพื่อลดความเสี่ยงโรคทางเดินหายใจ
  • ตรวจปรสิตภายนอกอย่างสม่ำเสมอ และกำจัดทั้งตัวไก่และเล้าไปพร้อมกัน
  • จัดน้ำสะอาดให้ตลอดเวลา และมีแคลเซียมให้แม่ไก่ไข่กินอิสระ
  • ตรวจอุจจาระเป็นระยะและถ่ายพยาธิตามผลตรวจ ไม่ใช่ถ่ายพยาธิพร่ำเพรื่อ
  • กักโรคไก่ใหม่ทุกตัวก่อนนำเข้าฝูง
  • แม่ไก่แก่ที่เลิกไข่แล้วควรให้อาหารสูตรประคองสภาพเพื่อไม่ให้อ้วนเกินไป

ที่อยู่อาศัยและเล้าไก่

บาร์นเนเวลเดอร์ต้องการเล้าแห้งระบายอากาศดี มีคอนและกล่องรังไข่ พร้อมลานที่ปลอดภัย และทนอากาศหนาวชื้นได้ดีกว่าอากาศร้อน

บาร์นเนเวลเดอร์ปรับตัวเข้ากับเล้าไก่หลังบ้านแบบมาตรฐานได้โดยไม่ยาก สิ่งสำคัญที่สุดคือเล้าที่แห้ง กันสัตว์นักล่าเข้าได้ และระบายอากาศสม่ำเสมอ ควบคู่กับลานกลางแจ้งหรือพื้นที่ปล่อยที่มีคนดูแล เนื่องจากเป็นไก่ตัวหนักและบินไม่เก่ง รั้วสูงพอประมาณก็เพียงพอ และคอนต่ำเหมาะกับไก่พันธุ์นี้มากกว่า เพราะทนหนาวได้ดี ความเสี่ยงหลักของเล้าจึงอยู่ที่ความชื้น อากาศถ่ายเทไม่ดี และความร้อนในหน้าร้อน มากกว่าความหนาวในหน้าหนาว

ข้อกำหนดของเล้าไก่
รายการคำแนะนำ
พื้นที่ในเล้าประมาณ 0.3 ถึง 0.4 ตร.ม. ต่อไก่หนึ่งตัว
พื้นที่ลานประมาณ 1 ตร.ม. ขึ้นไปต่อไก่หนึ่งตัว มากกว่านี้หากไม่มีพื้นที่ปล่อยอิสระ
คอนคอนกว้างและต่ำ ประมาณ 20 ถึง 30 ซม. ต่อไก่หนึ่งตัว
กล่องรังไข่1 กล่องต่อแม่ไก่ 3 ถึง 4 ตัว ขนาดประมาณ 30 x 30 ซม.
ความสูงรั้วประมาณ 1.2 ถึง 1.5 ม. ก็มักเพียงพอ
การระบายอากาศช่องระบายอากาศสูงเหนือระดับตัวไก่ ไม่มีลมโกรกโดยตรง

รายการตรวจก่อนเริ่มเลี้ยง

  • เล้าแห้ง ระบายอากาศดี ยกพื้นสูงพ้นดินชื้น
  • คอนกว้างและต่ำ พร้อมวัสดุรองพื้นสะอาด เช่น ฟางหรือขี้เลื่อย
  • กล่องรังไข่เพียงพอ อยู่ในมุมเงียบและร่มของเล้า
  • ลานที่ปลอดภัย มีรั้วฝังดินหรือกันเดินลอด ป้องกันสัตว์ที่ขุดดินเข้า
  • มีน้ำสะอาดตลอดเวลาและจุดให้อาหารที่มีที่กำบัง
  • มีพื้นที่แห้งสำหรับคลุกฝุ่น
  • มีร่มเงาและน้ำสำรองไว้สำหรับอากาศร้อน

การฟักไข่และการกกไข่ด้วยตู้ฟัก

ไข่บาร์นเนเวลเดอร์ใช้เวลาฟักประมาณ 21 วัน ต้องการความอบอุ่นสม่ำเสมอ ควบคุมความชื้น และพลิกไข่เป็นประจำจนถึงช่วงวันท้ายๆ

ไข่บาร์นเนเวลเดอร์ใช้ระยะฟักมาตรฐานของไก่ทั่วไปคือประมาณ 21 วัน ฟักได้ทั้งใต้แม่ไก่ที่กกไข่เองและในตู้ฟักไข่ สายพันธุ์ยุคปัจจุบันมีสัญชาตญาณกกไข่ไม่แรงนัก ตู้ฟักจึงมักเป็นทางเลือกที่แน่นอนกว่าสำหรับการวางแผนฟักไข่ ควรเลือกไข่สะอาดที่เก็บรักษาถูกวิธี อายุไม่เกินราว 7 ถึง 10 วัน วางปลายแหลมลง และเก็บไว้ในอุณหภูมิห้องที่เย็นก่อนนำเข้าตู้ฟัก

การตั้งค่าตู้ฟักไข่
รายการค่าที่ตั้ง
อุณหภูมิ37.5 องศาเซลเซียส (99.5 องศาฟาเรนไฮต์) สำหรับตู้ฟักแบบพัดลม
ความชื้นประมาณ 45 ถึง 55% ในวันที่ 1 ถึง 18
ความชื้น (ช่วงปิดตู้)ประมาณ 65 ถึง 75% ในวันที่ 19 ถึง 21
จำนวนวันประมาณ 21 วัน
การพลิกไข่อย่างน้อย 3 ถึง 5 ครั้งต่อวันจนถึงวันที่ 18 จากนั้นหยุดพลิก

ขั้นตอนการฟักไข่

  1. เก็บและคัดเลือกไข่ที่สะอาดและรูปทรงดี ปล่อยให้ไข่อยู่ในอุณหภูมิห้องก่อน
  2. ปรับตู้ฟักให้อุณหภูมิและความชื้นคงที่ก่อนนำไข่เข้า
  3. วางไข่เข้าตู้และพลิกหลายครั้งต่อวันจนถึงวันที่ 18
  4. ส่องไข่ดูช่วงวันที่ 7 ถึง 10 เพื่อคัดไข่ใสหรือไข่ที่ไม่พัฒนาออก
  5. วันที่ 18 หยุดพลิกไข่ เพิ่มความชื้น และเริ่มช่วงปิดตู้
  6. ปิดตู้ฟักไว้ไม่เปิดขณะลูกไก่เจาะกะเปาะและฟักออกในช่วงวันที่ 19 ถึง 21
  7. ย้ายลูกไก่ที่ตัวแห้งขนฟูแล้วไปยังกล่องกกอุ่นที่มีอาหารลูกไก่และน้ำพร้อม

คำถามที่พบบ่อย

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับไก่บาร์นเนเวลเดอร์ครอบคลุมเรื่องขนาดตัว นิสัย สีไข่ อายุขัย ความเหมาะสมสำหรับมือใหม่ และความหาซื้อได้ง่าย

ไก่บาร์นเนเวลเดอร์ตัวใหญ่แค่ไหน

เป็นไก่ขนาดกลาง แม่ไก่หนักประมาณ 2.7 ถึง 3.2 กิโลกรัม พ่อไก่หนักประมาณ 3.2 ถึง 3.6 กิโลกรัม ลำตัวกว้างและลึก มากกว่าจะเป็นทรงสูงโปร่ง

ไก่บาร์นเนเวลเดอร์นิสัยเป็นอย่างไร

นิสัยสงบ เป็นมิตร และเชื่อง ไก่ค่อนข้างเงียบ จับต้องดูแลง่าย และอยู่ในระดับกลางของลำดับชั้นฝูงโดยไม่รังแกตัวอื่น จึงเหมาะกับครอบครัวที่มีเด็ก

ไก่บาร์นเนเวลเดอร์ไข่สีอะไร ไข่ปีละกี่ฟอง

ไข่มีสีน้ำตาลตั้งแต่โทนกลางไปจนถึงเข้ม ซึ่งเป็นจุดเด่นที่ทำให้สายพันธุ์นี้มีชื่อเสียง แม่ไก่หนึ่งตัวไข่ปีละประมาณ 150 ถึง 200 ฟอง โดยไข่ดกที่สุดในช่วงสองถึงสามปีแรก

ไก่บาร์นเนเวลเดอร์อายุยืนแค่ไหน

หากเลี้ยงดูในเล้าที่ดี ให้อาหารเหมาะสม และควบคุมปรสิตอย่างสม่ำเสมอ ไก่บาร์นเนเวลเดอร์มักมีอายุขัย 7 ถึง 10 ปี แม้ว่าปริมาณไข่จะลดลงมากก่อนถึงช่วงปลายของช่วงอายุนี้

ไก่บาร์นเนเวลเดอร์เลี้ยงยากไหม

ไม่ยาก ไก่พันธุ์นี้แข็งแรง เลี้ยงง่าย ทนหนาวได้ดี ขาเกลี้ยงและขนแนบตัวจึงแทบไม่ต้องดูแลขนเป็นพิเศษ การดูแลประจำหลักๆ คืออาหาร น้ำ เล้าแห้ง และการตรวจปรสิต

ไก่บาร์นเนเวลเดอร์เหมาะกับมือใหม่ไหม

เหมาะ ด้วยนิสัยสงบ ความแข็งแรง และดูแลจัดการง่าย ทำให้เป็นสายพันธุ์แรกที่ดีสำหรับผู้เริ่มเลี้ยง ผู้ที่ต้องการไข่ปริมาณสูงสุดอาจเลือกไก่ไฮบริดสำหรับการผลิตแทน แต่สำหรับไก่เอนกประสงค์นิสัยดี บาร์นเนเวลเดอร์ถือว่าตอบโจทย์

หาซื้อไก่บาร์นเนเวลเดอร์ได้ง่ายไหม

เป็นสายพันธุ์ดั้งเดิมและสายพันธุ์ประกวดที่นิยมเลี้ยงกันทั่วโลก จึงมักหาลูกไก่และไข่ฟักได้จากผู้เพาะพันธุ์และงานประกวดไก่ทั่วไป โดยเฉพาะสายพันธุ์ขนน้ำตาลลายขอบสองชั้น